นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือแอตต้า กล่าวว่า สมาคมได้แนะนำสมาชิกให้เตรียมแผนรับมือนักท่องเที่ยวจีนที่อาจจะทะลักเข้ามาเพิ่มอีกกว่า 1.5 ล้านคน ในช่วง 5 เดือนสุดท้ายของปีนี้ (สิงหาคม-ธันวาคม 2559) จากาอานิสงส์กรณีพิพาททะเลจีนใต้ระหว่างจีน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และกรณีจีนกับไต้หวันที่มีนโยบายการปกครองที่ขัดแย้งกัน สมาคมฯจึงคาดการณ์ว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวจีนมาไทยสูงถึง 11-13 ล้านคน สูงกว่าประมาณการของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ที่คาดการณ์ไว้ 10.4 ล้านคน ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมมาไทยมากถึง 32 ล้านคน
“จากการไปสำรวจเส้นทางการท่องเที่ยวของผู้บริหารสมาคมแอตต้า ที่ไต้หวันเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พบว่าตั้งแต่ต้นปีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนไปไต้หวันลดลงแล้ว 50% หลังจากรัฐบาลใหม่ของไต้หวันเข้ามาบริหาร ซึ่งทางบริษัทนำเที่ยวต่างๆ ได้มีการพูดคุยกันว่า นโยบายการปกครองที่ขัดแย้งกันนั้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนไปไต้หวัดลดลงอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มจะลดลง 100% สำหรับการท่องเที่ยวผ่านบริษัททัวร์ภายในสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ กรณีพิพาทระหว่างจีน เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ส่งผลต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางผ่านบริษัททัวร์ไปยัง 2 ประเทศนี้อีกด้วย แอตต้าจึงคาดว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่วางแผนท่องเที่ยวผ่านบริษัททัวร์ไปยัง 3 ประเทศดังกล่าวราว 5 ล้านคนนั้น จะมีประมาณ 1.5 ล้านคนที่หันมาเที่ยวเมืองไทยแทนในช่วง 5 เดือนสุดท้าย ดังนั้น ปัญหาเรื่องความไม่ปลอดภัยต่อนักท่องเที่ยว ถือเป็นประเด็นหลักที่ต้องปรับปรุงแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อรองรับการเติบโตด้านท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
กรณีกระแสจีนบอยคอต ไม่มาเที่ยวเมืองไทยนั้น นายเจริญกล่าวว่า ไม่น่าจะจริง กระแสการท่องเที่ยวตลาดจีนยังคึกคัก ทั้งเดินทางด้วยตนเอง(เอฟไอที) และเดินทางผ่านบริษัทนำเที่ยว

