นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2559 มีผลบังคับใช้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 สาระสำคัญได้เพิ่มบทกำหนดโทษสำหรับการนำหีบห่อหรือภาชนะที่แสดงเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้มาใช้สำหรับสินค้าของตนเองหรือบุคคลอื่น เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าของเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคและเจ้าของเครื่องหมายการค้า เนื่องจากปัจจุบันมีการนำหีบห่อที่มีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว มาบรรจุสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าของเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น เช่น น้ำมันเครื่อง สุรา ยาสระผม เป็นต้น ซึ่งสร้างความเสียหายต่อเจ้าของเครื่องหมาย และอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้
“ที่ผ่านมามีการจับกุมผู้กระทำผิด ที่นำหีบห่อ บรรจุภัณฑ์ ซึ่งมีเครื่องหมายการค้าของจริง แต่เอาสินค้าประเภทเดียวกันที่เป็นของปลอมมาบรรจุแทนแล้วนำไปขายแก่ผู้บริโภค เช่น นำสุราราคาถูกกว่าบรรจุในขวดสุรายี่ห้อดังที่มีราคาดีกว่า กรมฯเห็นว่าแต่เดิมไม่มีการกำหนดบทลงโทษไว้ จึงได้เพิ่มเติมเข้าไปใหม่ โดยผู้ที่ทำผิดจะมีโทษจำคุกสูงสุด 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้เป็นโทษที่ยอมความไม่ได้ จากก่อนหน้านี้ ไปใช้กฎหมายอาญาในการเอาผิดแทน มีโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากผู้บริโภคพบการกระทำผิดสามารถแจ้งมาได้ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา สายด่วน 1368 หรือตำรวจได้ทันที” นางนันทวัลย์กล่าว
นางนันทวัลย์ กล่าวว่า พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าฯ ยังขยายขอบเขตการให้ความคุ้มครองไปยังเครื่องหมายเสียง เพื่อให้สามารถรับจดทะเบียนเสียงเป็นเครื่องหมายการค้าได้นอกเหนือจากเครื่องหมายการค้าที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาที่มีการจดทะเบียนอยู่ในปัจจุบัน เช่น เสียงดนตรีจากรถขายไอศกรีม เสียงเริ่มต้นรายการโทรทัศน์ นอกจากนี้ได้ปรับปรุงขั้นตอน และระยะเวลาการจดทะเบียนให้มีความชัดเจนและรวดเร็วมากขึ้น เช่น ลดระยะเวลาปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียน การคัดค้าน การโต้แย้ง การอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนต่อคณะกรรมการ เหลือ 60 วัน จาก 90 วัน อีกทั้งปรับค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัวทุกรายการ เช่น ค่าธรรมเนียมคำคัดค้าน เพิ่มเป็นฉบับละ 2,000 บาท จาก 1,000 บาท และปรับวิธีคิดค่าธรรมเนียมในส่วนของการยื่นคำขอจดทะเบียน การจดทะเบียน และการต่ออายุ โดยคิดเป็นจำพวก เพื่อให้สอดคล้องกับการคิดค่าธรรมเนียมของพิธีสารมาดริด
นางนันทวัลย์ กล่าวว่า ยังได้เพิ่มบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายใต้พิธีสารมาดริด เพื่อให้มีกฎหมายรองรับการเข้าเป็นภาคีพิธีสารมาดริดซึ่งจะเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการและผู้ส่งออกของไทยในการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไปยังประเทศสมาชิกของพิธีสารดังกล่าวอีก 97 ประเทศให้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น กฎหมายส่วนนี้ขณะนี้ยังไม่ได้มีผลบังคับใช้ เพราะจะต้องมีการเตรียมความพร้อมในหน่วยงานก่อน ซึ่งเร็วๆ นี้ถึงจะมีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดวันใช้บังคับต่อไป

