ตลาดจีนแรงสุด สสว.ส่ง 40 เอสเอ็มอีบุก ตั้งเป้ายอดขาย 250 ล้านบาท

ตลาดจีนแรงสุด สสว.หนุนเอสเอ็มอีเจาะตลาด เร่งปั้น 40 ราย หวังเพิ่มยอดขาย 250 ล้านบาท

นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้ เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าของไทยส่วนใหญ่อยู่ในภาวะถดถอย ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยอย่างรุนแรง มีแต่เพียงประเทศจีนที่ฟื้นตัวรวดเร็ว และในช่วงที่ผ่านมาเป็นตลาดหลักเพียงประเทศเดียวที่ไทยมียอดส่งออกขยายตัว 21.3% ขณะที่ตลาดอื่นๆ ลดลงหมด โดยสินค้าที่ส่งไปประเทศจีนที่ขยายตัวสูงสุดจะอยู่ในกลุ่มผลไม้สดที่เติบโต 115% ดังนั้น สสว. จึงได้ปรับแผนการส่งเสริมตลาดต่างประเทศให้กับเอสเอ็มอี โดยได้เน้นไปที่ประเทศจีนมากที่สุด ผ่านทาง อีคอมเมิร์ซและระบบออนไลน์ ช่วยลดความเสี่ยงจากการเดินทางภายใต้การดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการออนไลน์ด้วย ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง ปีงบประมาณ 2563 มีเป้าหมายให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยสามารถนำสินค้าไปขายในตลาดจีนโดยอาศัยช่องทางผ่านแพลตฟอร์ม อี-มาร์เก็ตเพลส ออนไลน์ของจีน อาทิ แพลตฟอร์ม เถาเป่า และเสี่ยวหงชู

นายวีระพงศ์ กล่าวว่า โครงการจะเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการได้แก่ การอบรมแบบเข้มข้น ระยะเวลา 4 วัน เพื่อเตรียมสินค้า และตัวผู้ประกอบการให้มีศักยภาพและความพร้อมในการเข้าสู่ตลาด อีคอมเมิร์ซ จีน เช่น การให้ความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคจีน และเทรนด้านการตลาดออนไลน์ของประเทศจีน และเช็คลิสต์เตรียมพร้อมเกี่ยวกับการจดทะเบียนต่าง ๆ ให้กับสินค้าที่จะไปขายที่จีน โดยสสว. ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดจีนมาให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวกับผู้ประกอบการเพื่อเตรียมสินค้าให้พร้อมในการขายที่จีน อาทิ การสร้างคอนเทนต์สินค้าเพื่อเข้าสู่แพลตฟอร์ม อี-มาร์เก็ตเพลส โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการแปลภาษาจีนมาให้คำแนะนำ รวมทั้งแนะแนววิธีการนำสินค้าขึ้นขายผ่านแพลตฟอร์ม อี-มาร์เก็ตเพลส ของจีน การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า การเปิดบัญชีธนาคาร และการจดทะเบียนธุรกิจในจีน

ทั้งนี้ เมื่อผู้ประกอบการนำสินค้าขึ้นขายบนแพลตฟอร์ม อีคอมเมิร์ซ จีน แล้ว สสว. ยังมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับแพลตฟอร์มเพื่อกระตุ้นการขายสินค้า อาทิ จัดให้มีการรีวิวสินค้า การเข้าเคมเปญโปรโมชันของแพลตฟอร์ม สำหรับ ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการนี้ จะประกอบด้วยสินค้า 3 ประเภท ได้แก่ 1. สินค้ากลุ่มอาหารแปรรูป 2. สินค้ากลุ่มเครื่องสำอาง และสินค้าเพื่อสุขภาพ และ3. สินค้ากลุ่มเสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องแต่งตัว ของใช้และของตกแต่งในบ้าน เนื่องจากวิเคราะห์ตลาดจีนพบว่าสินค้าไทยทั้ง 3 กลุ่มนี้มีศักยภาพมากในตลาดจีน ทั้งนี้จะคัดเลือกผู้ประกอบการ 40 รายนี้เข้าโครงการ คาดว่าภายใน 1 ปี จะสร้างยอดขายให้ผู้ประกอบการไม่น้อยกว่า 250 ล้านบาท

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon