สศอ.ใจชื้นเอ็มพีไอส่งสัญญาณขยับขึ้น หวังทั้งปีติดลบไม่เกิน7%
นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) เปิดเผยว่าดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม(เอ็มพีไอ) เดือนมิถุนายน 2563 อยู่ที่ระดับ 83.02 หดตัว 17.66% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ระดับ 100.82 แต่ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 4.18% และถือเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 สะท้อนแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 55.21% จากเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 52.34% ทำให้เดือนกรกฎาคม เอ็มพีไอมีโอกาสปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง
“แม้เอ็มพีไอไตรมาส 2/2563 หดตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 19.97% ส่งผลให้ภาพรวมเอ็มพีไอ 6 เดือนแรกของปีนี้(มกราคม-มิถุนายน 2563) ติดลบ 12.85% ซึ่งสศอ.มองว่าเอ็มพีไอผ่านจุดต่ำสุดแล้วคือเดือนเมษายนที่ผ่านมา และขณะนี้เริ่มเห็นส้ญญาณการฟื้นตัวดีขึ้นของภาคอุตสาหกรรม หลายอุตสาหกรรมหลักเริ่มทยอยกลับมาขยายตัว คาดว่าปีนี้เอ็มพีไอทั้งปีจะดีขึ้น เหลือติดลบ 6% ถึงติดลบ 7% และอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคอุตสาหกรรมคาดติดลบ 5.5% ถึงติดลบ 6.5%”นายทองชัยกล่าว
นายทองชัย กล่าวว่า ต้องติดตามผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่มีผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รวมทั้งกิจกรรมด้านการขนส่งทั่วโลกที่หยุดชะงักลง เศรษฐกิจทั่วโลกยังชะลอตัว ท่ามกลางปัจจัยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคในยุคชีวิตใหม่ที่ส่งผลต่อความต้องการสินค้าคงทนลดลง ประชาชนชะลอการซื้อสินค้าที่มีมูลค่าสูง ทำให้อุตสาหกรรมหลักหดตัว อย่างไรก็ตามต้องขึ้นอยู่กับการควบคุมสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในต่างประเทศที่ส่งผลต่อห่วงโซ่การผลิตของโลก รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในต่างประเทศที่มีผลต่อกำลังซื้อจากต่างประเทศด้วย
นายทองชัย กล่าวว่า สำหรับการปรับเปลี่ยนตัวคณะรัฐมนตรี(ครม.) ไม่ส่งผลต่อการดำเนินนโยบายของรัฐบาล เพราะรัฐมีแนวนโยบายหลักในการบริหารอยู่แล้ว ประกอบกับรัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ดี สร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนที่ยังคงสนใจและมั่นใจที่จะเข้ามาลงทุนในไทยต่อเนื่อง

