แนะทีมศก.ดันไทยเที่ยวไทย-ผ่อนเกณฑ์อาคารชุดดึงต่างชาติซื้อคอนโด

แนะทีมศก.ดันไทยเที่ยวไทย-ผ่อนเกณฑ์อาคารชุดดึงต่างชาติซื้อคอนโด

นายอิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า สิ่งอยากให้คณะรัฐมนตรี (ครม.)ชุดใหม่โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจแก้ไขปัญหาเรื่องในต่างๆ หลายเรื่อง แต่เชื่อว่าทุกฝ่ายก็ทราบปัญหากันอยู่แล้วว่าวิกฤตรอบนี้แตกต่างจากวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 โดยรอบนั้นประเทศไทยมีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง ส่งผลให้อสังหาเกิดวิกฤตและมีการปิดตัวสถาบันการเงิน รัฐบาลต้องลอยตัวค่าเงินบาท แต่ส่งผลดีต่อการส่งออกและการท่องเที่ยว และในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีการพึ่งพาการส่งออกและท่องเที่ยวเป็นหลัก แต่เมื่อมาถึงรอบนี้ที่เกิดการแพร่ระบาดของโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 นั้นทั่วโลกมีปัญหาทั้งหมดเพราะไม่สามารถดำเนินธุรกิจเหมือนปกติได้ แม้ว่าสภาพคล่องในระบบจะมีอยู่สูงก็ตาม โดยครม.ใหม่หรือทีมเศรษฐกิจใหม่ที่จะเข้ามานั้นรับรู้ปัญหาเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว และเชื่อว่าคงจะดำเนินการตามแนวทางที่เคยทำไว้ ขณะเดียวกันก็ต้องมีแนวทางใหม่ที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจด้วย โดยมองว่าในระยะสั้นอยากให้ดำเนินการเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศหรือไทยเที่ยวไทยด้วย แต่การดำเนินการจะต้องง่ายกว่าการลงทะเบียนเราเที่ยวด้วยกัน เพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยาก คนที่มีเงินสามารถเดินทางได้ทันที โดยต้องตัดเงื่อนไขยากๆ ออก โดยใครสามารถไปพักที่ไหนก็ได้ และสามารถนำหลักฐานการใช้จ่ายจริงมาหักลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งหากดำเนินการตามแนวทางนี้เชื่อว่าคนที่มีความพร้อมจะเดินทางท่องเที่ยวได้ทันที หรือหากรัฐกลัวว่าทำไปแล้วบางจังหวัดจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบก็ต้องกำหนดการหักลดหย่อนไม่เท่ากันก็ได้

“ส่วนเรื่องการส่งออกนั้น ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์จะผลักดันให้เกิดการส่งออกในตลาดใหม่ๆ ผ่านทางออนไลน์นั้นก็เป็นเรื่องดี แต่การส่งออกก็ต้องใใช้เวลาไม่สามารถเกิดขึ้นได้ทันท่วงีในระยะเวลาที่สั้น” นายอิสระกล่าว

นายอิสระกล่าวว่า ควรจะเข้าไปดูเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ก่อน โดยควรเข้าไปแก้ไขเรื่องสัดส่วนการถือครองอาคารชุดของต่างชาติก่อนที่ปัจจุบันกำหนดให้มีการถือครองได้ไม่เกิน 49% โดยของใหม่ควรให้ถือครองมากกว่านี้ เพื่อดึงดูดให้ต่างชาติเข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทย รวมทั้งจะต้องมีการให้เงื่อนไขอื่นๆ เพื่อเป็นการจูงใจด้วย เช่นการให้ฟรีวีซ่า 10 ปีโดยล่าสุดในเรื่องดังกล่าวทางมาเลเซียได้ดำเนินการเรื่องนี้มาแล้ว

“ประเทศไทยสามารถทำเรื่องนี้ได้ แต่หากกลัวว่าจะมีปัญหาเรื่องการถือครองที่ดินด้วยนั้น ก็ต้องมีเงื่อนไขอื่นๆเข้าไปเสริมด้วย เช่น จำกัดพื้นที่หรือที่ตั้งของคอนโดมิเนียมคือต้องตั้งอยู่ในพื้นที่ไม่เกิน 5 ไร่ จำกัดระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี และเน้นแต่เมืองหลักคือกทม.และจังหวัดท่องเที่ยวหลักเท่านั้น และต้องไม่ไปแตะต้องพื้นที่เกษตร เป็นต้น ซึ่งหากดำเนินการได้ เชื่อว่าจะมีเงินต่างชาติเข้ามาซื้อคอนโดมิเนียมในไทยมากขึ้น ส่งผลให้เงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้มากขึ้น”นายอิสระกล่าว

นายอิสระกล่าวว่า นอกจากนี้อยากให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) เข้าถึงแหล่งทุนจริงๆ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับธุรกิจ โดยอยากให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไปพิจารณาเรื่องซอร์ฟโลนซึ่งปัจจุบันมีการใช้ไปเพียง 1 แสนล้านบาทเท่านั้น ดังนั้นที่เหลืออยากให้ธปท.ไปพิจารณาผ่อนคลายเงื่อนไข เพื่อให้กลุ่มธุรกิจเข้าถึงมากขึ้น เพราะเงื่อนไขปัจจุบันมองว่ายากเกินไป โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้มีประวัติการชำระหนี้ที่ดีเท่านั้นแต่ควรกระจายให้ลูกหนี้ที่ถูกจัดชั้นอาจจะไม่ใช่ลูกหนี้ที่ดี 100% สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ เพราะเชื่อว่าจากนี้ไปกลุ่มเป็นที่ลูกหนี้ชั้นดีจริงๆ คงหายากมากขึ้น

นายอิสระกล่าวว่า ส่วนเรื่องการจับคู่ท่องเที่ยว หรือทราเวล บับเบิ้ลนั้นก็เป็นแนวทางที่ควรส่งเสริม แต่ก็ต้องพิจารณาประเทศที่มีปัญหาน้อยๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการแพร่ระบาดระลอกใหม่

“ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมาธุรกิจต่างๆ ที่มีการขยายนั้นส่วนใหญ่ขยายเพื่อรองรับการส่งออกและการท่องเที่ยวเป็นหลัก แต่เมื่อส่งออกและท่องเที่ยวมีปัญหาทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องมีปัญหาตามไปด้วย และเป็นกันทั้งโลก แต่สภาพคล่องในระบบยังสูงอยู่นั้นก็เชื่อว่าน่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้” นายอิสระกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เทนนิสชาย ‘มาดริด โอเพ่น’ อาจล่ม หลังยอดผู้ป่วยโควิดในสเปนเพิ่มสูงอีกรอบ
บทความถัดไปนักศึกษาโวย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกบ้าน จี้ปมร่วมม็อบเยาวชนปลดแอก