นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า งานที่ช่วยเหลือและสนับสนุนเอสเอ็มอีหลักๆ มี 2 งานด้วยกัน คือ การหาที่ขายของให้กับเอสเอ็มอีให้ขายสินค้าได้ทั้งในและต่างประเทศ และการหาทุนผลิตสินค้า การหาแหล่งขายสินค้าให้กับเอสเอ็มอีนั้นต้องวิเคราะห์ตลาด ดูความชอบของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ เพื่อพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค นอกจากนี้เมื่อผู้ประกอบการขนาดเล็กไปขายสินค้าในต่างประเทศ การจับคู่เจรจาธุรกิจ (บิวซินเนส แมทช์ชิ่ง) กับคนท้องถิ่นเป็นสิ่งจำเป็นต้องทำ
“ขณะนี้ สสว.กำลังคัดเลือกเอสเอ็มอีและสินค้าขยายช่องทางไปยังอีคอมเมิร์ซ และเตรียมทำโครงการสนับสนุนเอสเอ็มอีให้ได้ตราสินค้าฮาลาล เพื่อขายสินค้าให้กับชาวมุสลิมที่มีจำนวนมากทั่วโลก นอกจากนี้ได้ร่วมมือกับธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย(เอ็กซิมแบงค์) ในการช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ส่งสินค้าล็อตเล็กๆ ไปขายต่างประเทศ ให้มีต้นทุนที่ลดลงอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ด้วยการหาที่ปรึกษาและช่วยอำนวยความสะดวกตั้งแต่เอกสารไปจนถึงส่งออกสินค้าไปถึงต่างประเทศ”นางสาลินีกล่าว และว่า สสว.ได้ตั้งเป้าหมายให้สัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมเอสเอ็มอีของไทย (เอสเอ็มอี จีดีพี) เพิ่มขึ้นเป็น 50% ของจีดีพีประเทศภายในปี พ.ศ. 2564 จาก 42% ในปัจจุบัน
นางสาลินี กล่าวถึงความคืบหน้าการสานต่องานหลังจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้จัดสรรงบประมาณ 2 พันล้านบาท มาเข้าในกองทุนของ สสว. เพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอี ที่ต้องการฟื้นฟูกิจการ ว่า ขณะนี้ สสว. กำลังดำเนินการร่วมกับกระทรวงการคลัง จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลงบประมาณดังกล่าว เบื้องต้นคณะกรรมการจะร่วมกันกำหนดกฎระเบียบต่างๆ ในการนำงบประมาณไปใช้ กำหนดรายละเอียดว่าเอสเอ็มอีที่ได้รับการอุดหนุนเป็นลักษณะไหน มีการร่วมทุนได้อย่างไรบ้าง โดยจะพยายามดำเนินงานตามอย่างเป็นขั้นเป็นตอนให้รวดเร็ว
นางนิ่มนวล ผิวทองงาม รองผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์อาเซียน ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า สิ่งสำคัญของการทำธุรกิจของเอสเอ็มอีที่ต้องการไปตลาดต่างประเทศ คือ การสร้างเครือข่ายนักธุรกิจกับคนในท้องถิ่นในประเทศนั้นๆ นอกเหนือจากการเข้าร่วมการเจรจาจับคู่ทางธุรกิจ

