“อนันดาฯ” มั่นใจคอนโดติดรถไฟฟ้ายังแกร่ง พร้อมจับมือมิตซุยพัฒนาต่อเนื่อง

“อนันดาฯ” มั่นใจคอนโดติดรถไฟฟ้ายังแกร่ง พร้อมจับมือมิตซุยพัฒนาต่อเนื่อง

นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ที่ผ่านมาอนันดาฯ ได้ร่วมกับบริษัท มิตซุย ฟูโดซัง จำกัด ในการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าโดยได้เริ่มพัฒนาโครงการภายใต้การร่วมทุนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 จนถึงปัจจุบันรวมแล้ว 29 โครงการ จำนวน 23,000 ยูนิต มูลค่า 87,921 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่ามิตซุย ฟูโดซัง เชื่อมั่นในเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเฉพาะการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์บนทำเลเส้นทางรถไฟฟ้าเป็นอย่างมากเห็นได้จากการร่วมทุนเปิดตัวโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้มีโครงการร่วมทุนที่จะแล้วเสร็จและพร้อมโอนทั้งสิ้น 7 โครงการ มูลค่า 29,815 ล้านบาท ได้แก่ โครงการ แอชตัน อโศก-พระราม 9 โครงการ ไอดีโอ คิว วิคตอรี่ โครงการ ไอดีโอ คิว สุขุมวิท 36 โครงการ ไอดีโอ รัชดา – สุทธิสาร โครงการ ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท อีสต์พอยท์ โครงการ เอลลิโอ เดล เนสท์ และ โครงการ เอลลิโอ สาทร – วุฒากาศ

“ในการดำเนินงานท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ เพราะสถานการณ์เปลี่ยนยิ่งทำให้ต้องมีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา ภายใต้แนวคิด “Change The Plan Never The Goal” ยึดมั่นในเป้าหมาย ยืดหยุ่นในวิธีการ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพตลาดและความต้องการของลูกค้า ซึ่งอนันดาฯ ยังคงให้ความสำคัญและเชื่อมั่นในกลยุทธ์การพัฒนาคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักที่บริษัทฯ ริเริ่มเป็นเจ้าแรกและดำเนินการมาโดยตลอด นอกจากนี้บริษัทให้ความสำคัญในการดำเนินงาน เพื่อผลักดันให้บริษัทขับเคลื่อนในสถานการณ์ปัจจุบัน เน้นในเรื่องของการวางกลยุทธ์และแนวทางการสื่อสารแบรนด์ขององค์กร โดยยังคงแนวคิดในการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมือง และตอบทุกความต้องการในการใช้ชีวิต โดยเน้นทำเลที่ตั้งที่สะดวกในการเดินทาง การทำงาน และ Lifestyle ของคนเมืองเพื่อตอกย้ำแนวคิด “URBAN LIVING SOLUTIONS” ครบทุกโหมดในการใช้ชีวิต ทั้ง LIVE – WORK – PLAY ให้คนเมืองใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น”นายชานนท์กล่าว

นายชานนท์กล่าวว่า นอกจากนี้ อนันดาฯ ยังมีการปรับตัวเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ Ananda iStore การทำตลาดผ่านรูปแบบการขายและบริการออนไลน์ที่อำนวยความสะสวกให้กับลูกค้าได้ง่ายขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ลูกค้าที่เปลี่ยนไป และเข้าใจความต้องการของลูกค้าเป็นอย่างดีถึงพฤติกรรมการใช้สื่อออนไลน์ที่มีบทบาทมากในสังคมปัจจุบันโดยเฉพาะจะเห็นเด่นชัดมากยิ่งขึ้นในช่วงโควิด บริษัทจึงได้นำมาพัฒนาเป็นหนึ่งกลยุทธ์สำคัญเพื่อปรับตัวรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยประเทศไทยเป็นทำเลยุทธศาสตร์ที่สำคัญสำหรับการลงทุน ซึ่งได้เปรียบทางภูมิศาสตร์และเศรษฐกิจเนื่องจากตั้งอยู่ตอนกลางของอาเซียน และยังเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มชาวต่างชาติซึ่งยอมรับว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวอันดับต้น ๆ ด้วยคุณลักษณะดังกล่าวประเทศไทยยังได้รับการยอมรับว่ามีศักยภาพในการเติบโตที่สูงและแข็งแกร่งสำหรับการลงทุนในอนาคตจากบริษัทต่างชาติ ด้วยพื้นฐานเหล่านี้และแรงสนับสนับสนุนดังกล่าว คาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยกลับมาฟื้นตัวได้ในไม่ช้านี้

นายชานนท์กล่าวว่า ทั้งนี้ ด้วยความเชี่ยวชาญและมีศักยภาพในการพัฒนาโครงการที่โดดเด่น ทำให้อนันดาฯ เป็นผู้นำคอนโดมิเนียมทำเลที่ตั้งติดรถไฟฟ้าอันดับหนึ่งของไทย และด้านการออกแบบที่บริษัทได้สะสมประสบการณ์ผ่านกระบวนการคิดสร้างสรรค์และพัฒนามาเป็นอย่างดี จนก่อให้เกิดโครงการที่พักอาศัยที่มีความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมและมีเอกลักษณ์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการออกแบบโครงการแนวสูงที่ได้รับการยอมรับของประเทศไทย ประกอบกับกรุงเทพมหานครมีการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง อาทิ ระบบขนส่งมวลชน รวมถึงมีการพัฒนาสู่ความเป็นเมือง (urbanization) ควบคู่ไปกับการเพิ่มของประชากร อนันดาฯ ให้ความสำคัญกับแนวโน้มเหล่านี้จึงได้เริ่มพัฒนาคอนโดมิเนียมคุณภาพในพื้นที่ที่เข้าถึงระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ ก่อนบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายอื่น ๆ

“นอกจากการพัฒนาธุรกิจคอนโดมิเนียมแล้ว ยังได้ร่วมกันพัฒนาเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ 5 แห่งในกรุงเทพ โดยพร้อมที่จะเปิดดำเนินการในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ คือ LYF SUKHUMVIT 8 และด้วยความสัมพันธ์ที่ดีและจากความสำเร็จในอดีต อนันดาฯจะนำไปสู่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีคุณภาพสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย”นายชานนท์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon