ลุ้นค่า Ft งวดก.ย.-ธ.ค.59 ลดลงอีก “กกพ.”แย้มต้นทุนเพิ่ม แต่ขอดูแลปชช. รอเคาะ 17 ส.ค.
นายวีระพล จิรประดิษฐ์กุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) ในฐานะโฆษกกกพ. เปิดเผยว่า การประชุมคณะอนุกรรมการกำกับดูแลอัตราค่าพลังานและค่าบริการ วันที่ 17 สิงหาคมนี้ จะพิจารณาต้นทุนค่าไฟฟ้า เพื่อที่จะประกาศค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(เอฟที) ที่จะเรียกเก็บในบิลค่าไฟงวดใหม่(กันยายน-ธันวาคม 2559) แนวโน้มเบื้องต้นภาพรวมค่าเอฟทีงวดใหม่ต้นทุนโดยรวมสูงขึ้นเล็กน้อย แต่กกพ.จะพยายามดูแลค่าเอฟทีไม่ให้กระทบกับประชาชน
“สาเหตุที่ต้นทุนการผลิตไฟโดยรวมสูงขึ้นเล็กน้อย เพราะเดิมคำนวณราคาน้ำมันดิบที่ระดับ 31.50 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่ล่าสุดเฉลี่ยเป็น 40 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม อัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้นมาอยู่ระดับ 35.1 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทำให้ต้นทุนการนำเข้าและผลิตลดลง จึงต้องมาดูตัวเลขอีกครั้ง แต่จะพยายามไม่ให้ขึ้นค่าเอฟที”
นายวีระพล กล่าวว่า ด้านค่าไฟฟ้าสำหรับรองรับยานยนต์ไฟฟ้า(อีวี) ผลจากการประชุมคณะทำงานจัดทำแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า เพื่อรองรับยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย เมื่อเร็วๆนี้ มีมติเห็นชอบการประกาศค่าไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าเป็นการชั่วคราวปี 2559-2561 โดยใช้อัตราค่าไฟฟ้าทีโอยูสำหรับอุตสาหกรรมขนาดกลาง-เล็ก เพื่อรองรับโครงการจัดหารถไฟฟ้าขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) โดยใช้อัตราค่าไฟตามช่วงเวลาของการใช้หรือ TOU (Time of Use Rate) แต่จะหักค่าไฟฟ้าไม่ต้องมาอุดหนุนค่าไฟฟรี 50 หน่วยต่อเดือน ที่ปกติผู้ประกอบการที่ใช้ค่าไฟ TOU จะต้องอุดหนุนประมาณ 2.65 สตางค์ต่อหน่วย ดังนั้น ภาพรวมค่าไฟฟ้าจะอยู่ที่อัตราตั้งแต่ 2.62-5.642 บาทต่อหน่วย โดยขึ้นแต่ละช่วงเวลาของการใช้
แหล่งข่าวจากคณะอนุกรรมการเอฟที กล่าวว่า ค่า เอฟทีงวดกันยายน-ธันวาคม 2559 มีแนวโน้มที่จะปรับลดลง แต่ตัวเลขอาจจะไม่หวือหวาเท่ากับงวดที่ผ่านมา(พฤษภาคม-สิงหาคม 2559) ที่ลดลงถึง 28.49 สตางค์ต่อหน่วย และถือเป็นค่า เอฟทีที่ลดลงมากสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่มีการใช้สูตรค่าไฟปี 2535 ซึ่งปัจจุบันค่าเอฟทีอยู่ที่ -33.29 สตางค์ต่อหน่วย และเมื่อรวมกับค่าไฟฐานทำให้ค่าไฟเฉลี่ยเรียกเก็บอยู่ที่ 3.4227 บาทต่อหน่วย
“ค่าเอฟทีงวดเดือนมกราคม-เมษายน 2559 ลดลง 1.57 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งช่วงนั้นน้ำมันที่ลดต่ำมาก ยังไม่ได้สะท้อนในราคาก๊าซฯมากนัก แต่เริ่มมาสะท้อนในงวดพฤษภาคม-สิงหาคม 2559 ซึ่งค่าเอฟทีลดถึง 28.49 สตางค์ต่อหน่วย ทางกกพ.ที่ผ่านมา ได้พยายามบริหารค่าไฟฟ้าให้ตลอดทั้งปีไม่ปรับขึ้น และลดลงตามต้นทุนน้ำมันดิบที่ลดต่ำ ซึ่งจะไปสะท้อนในราคาก๊าซฯย้อนหลัง 6-12 เดือน ซึ่งบางงวดก็มีต้นทุนสูงขึ้น แต่เราก็เกลี่ยให้ภาพรวมไม่กระทบ”

