หน้าแรก เศรษฐกิจ เปิดแผน5ปีมั่...

เปิดแผน5ปีมั่นคงฯโฉมใหม่ลุยอสังหาฯแนวราบเมินคอนโดฯ

2.02.16 | 20:38 น.

นายสุเทพ วงศ์วรเศรษฐ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับหนึ่งของมั่นคงฯ ในสัดส่วน 17% และเข้ามาบริหารงานได้ประมาณ 6 เดือน โดยการลงทุนครั้งนี้ต้องการที่จะลงทุนระยะยาว ทำให้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีพาร์ทเนอร์ธุรกิจ เพราะมีความแข็งแกร่งด้านเงินทุนและมีหนี้สินต่ำ อย่างไรก็ตามในอนาคตอาจจะมีพาร์ทเนอร์เข้ามา หากมั่นคงฯ ต้องการขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้านอื่น ๆ เพิ่มเติม ซึ่งจะเข้ามาทำงานในส่วนที่มั่นคงไม่ถนัด

“บริษัทมีการปรับภาพลักษณ์องค์ ปรับเปลี่ยนโลโก้ของบริษัทใหม่ รวมทั้งด้านการดีไซน์ ให้มีความทันสมัยมากขึ้น รวมทั้งได้มีการปรับโครงสร้างธุรกิจและการเงิน เพราะเป็นจุดอ่อน เนื่องจากที่ผ่านมามั่นคงฯ มีการซื้อที่ดินสะสมจำนวนมาก มูลค่ากว่า 3,000-4,000 ล้านบาท จะมีการทยอยขายออกในพื้นที่ที่ยังไม่เหมาะสมในการพัฒนา และจะมีการซื้อที่ดินใหม่เพื่อพัฒนาโครงการ เป็นการซื้อแล้วพัฒนาทันที” นายสุเทพกล่าว

นายสุเทพกล่าวว่า สำหรับแผนธุรกิจของมั่นคงฯในระยะ 5 ปี ระหว่าง 2559-2563 จะเน้นทั้งอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายและอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าและบริการ เพื่อสร้างรายได้สม่ำเสมอ โดยโครงการเพื่อขายจะเน้นการพัฒนาโครงการแนวราบเป็นหลัก ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝดและทาวน์เฮ้ส์ เพราะเป็นสิ่งที่บริษัทมีความถนัดและมีแบรนด์ อาทิ ชวนชื่น ที่เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว เน้นโครงการที่มีขนาดเล็ก 20-30 ไร่ต่อโครงการ ระดับราคา 2-4 ล้านบาทเป็นหลัก เพื่อให้สามารถปิดการขายได้เร็วซึ่งจะช่วยในการบริหารต้นทุนของบริษัท ส่วนการพัฒนาคอนโดมิเนียมยังไม่มีแผนที่จะพัฒนา เพราะภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ถือว่ามีความเสี่ยงเพราะต้องใช้เงินทุนมากและระยะเวลาในการก่อสร้างนาน ซึ่งมั่นคงฯ ไม่มีความชำนาญในการพัฒนา

นายสุเทพกล่าวว่า ส่วนโครงการเพื่อเช่า จะพัฒนาโดย บริษัทพรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ซึ่งมั่นคงถือหุ้น 100% จะพัฒนาคลังสินค้าและโรงงานให้เช่า โดยมีที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม บางกอก ฟรีเทรด โซน ถ.บางนา-ตราด กม. 29 ประมาณ 1,000 ไร่ แบ่งเป็นสาธารณูปโภค 300 ไร่ และพัฒนาที่ดินได้ 700 ไร่ หรือราว 700,000 ตารางเมตร ปัจจุบันพัฒนาไปแล้ว 200,000 ตารางเมตร ที่เหลือจะมีการทยอยพัฒนาปีละ 70,000 ตารางเมตร ลงทุนราว 900-1,000 ล้านบาท อัตราค่าเช่าประมาณ 180 บาทต่อตารางเมตร ทั้งนี้ บริษัท ตั้งเป้าหมายในปี 2563 จะมีรายได้มากกว่า 1 หมื่นล้านบาท สัดส่วนมาจากการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายและอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าและบริการ สัดส่วน 50:50