หน้าแรก เศรษฐกิจ รฟม.ลุยรถไฟฟ้...

รฟม.ลุยรถไฟฟ้าภูเก็ต 3.5 หมื่นล้าน ตั้งเป้าชง ครม.ไฟเขียวกลางปี’64

24.08.20 | 15:01 น.

นายสาโรจน์ ต.สุวรรณ ผู้ช่วยผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม รฟม.ได้เปิดการประชุมเพื่อประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็น โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง ระยะทาง 42 กิโลเมตร(กม.) วงเงินลงทุนประมาณ 35,201 ล้านบาท

นายสาโรจน์กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการและรับฟังข้อมูล ข้อคิดเห็น รวมถึงข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่ ตัวแทนภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้สนใจในจังหวัดภูเก็ต เพื่อนำไป ใช้เป็นข้อมูลประกอบการดำเนินโครงการ โดยรูปแบบของโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต ถูกออกแบบให้เป็นระบบรถไฟฟ้ารางเบา (แอลอาร์ที/แทรม) แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ช่วงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต – ห้าแยกฉลอง มีจำนวนสถานีทั้งหมด 21 สถานี แบ่งเป็นสถานีระดับพื้นดิน 19 สถานี สถานียกระดับ 1 สถานี และสถานีใต้ดิน 1 สถานี

นายสาโรจน์กล่าวว่า ส่วนระยะที่ 2 ช่วงท่านุ่น – เมืองใหม่ มีระยะทางประมาณ 16.5 กม. ซึ่ง รฟม.จะเริ่มดำเนินการระยะที่ 1 ก่อน โดยได้กำหนดอัตราค่าโดยสารสูงสุดประมาณ 35-140 บาทต่อเที่ยว ซึ่งจากผลการศึกษาพบว่า โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 ให้ผลตอบแทนการลงทุนทางเศรษฐศาสตร์ประมาณ ร้อยละ 13.11

นายสาโรจน์กล่าวว่า ที่ผ่านมาสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) ได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสม ออกแบบแล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุงรายงานการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามความเห็นของคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงได้ดำเนินการจัดการประชุมการมีส่วนร่วมของประชาชนแล้วทั้งสิ้น 4 ครั้ง ก่อนที่กระทรวงคมนาคมจะมอบหมายให้ รฟม.เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินโครงการ

นายสาโรจน์กล่าวว่า รฟม. ได้ดำเนินการจัดงานสัมมนาทดสอบความสนใจของภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(มาเก็ต ซาวน์ดิ้ง) จำนวน 2 ครั้ง ในกรุงเทพฯและจังหวัดภูเก็ต รวมทั้งได้ทบทวนผลการศึกษาเดิมของ สนข. และหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นแนวทางการปรับปรุงรูปแบบโครงการให้เป็นปัจจุบัน

โดยหลังจากนี้ รฟม.จะนำข้อมูลและข้อคิดเห็นจากการประชุมเพื่อประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ ไปประกอบการเสนอเห็นชอบหลักการและผลการศึกษาวิเคราะห์โครงการตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 คาดว่าจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบประมาณกลางปี 2564 รวมถึงประกาศเชิญชวนคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนภายในปี 2565 เพื่อเริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการและจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี 2569

Advertisement