“สุริยะ” เผยเอ็มพีไอก.ค.ดีขึ้น ส่งสัญญาณศก.ภาคอุตฯฟื้นตัว โอกาสดึงนักลงทุนมาไทย
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ได้รายงานตัวดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เดือนกรกฎาคม 2563 พบว่า ขยายตัวเพิ่มขึ้น 3.12% จากเดือนมิถุนายน ขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 อัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 56.01% แต่หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนจะลดลง 14.69% ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัว แต่เมื่อเทียบรายเดือนดีขึ้นต่อเนื่อง จึงสะท้อนให้เห็นว่าภาคอุตสาหกรรมได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และกำลังทยอยฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับปกติในช่วงก่อนโควิด-19 ภายใต้เงื่อนไขว่าประเทศไทยจะไม่มีการระบาดรอบที่ 2 สอดคล้องกันกับการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ทยอยฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับปกติ
“สถานการณ์ในปัจจุบันทำให้ผู้ประกอบการหลายรายต้องการย้ายฐานการผลิตออกเพื่อกระจายความเสี่ยง นับเป็นโอกาสของประเทศไทยที่จะได้รับผลอานิสงส์ โดยที่ประเทศไทยมีจุดแข็งทางด้านของแรงงานฝีมือและการควบคุมโควิด-19ที่ดี สอดรับกับนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรมที่มุ่งพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายรวมถึงเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี”นายสุริยะกล่าว
นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมไทยค่อย ๆ ฟื้นตัวหลังจากที่ภาครัฐมีการคลายล็อกกิจกรรมและกิจการบางประเภทให้กลับมาเปิดดำเนินการได้ ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาเปิดดำเนินการแล้วเกือบทั้งหมด โดยอุตสาหกรรมที่การขยายตัวเพิ่มขึ้น คือ อุตสาหกรรมอาหาร (หักน้ำตาล) 2.70% อุตสาหกรรม เคมีภัณฑ์ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 0.70% จากความต้องการช่วงโควิด-19 ขณะที่อุตสาหกรรมที่กลับมาเพิ่มกำลังการผลิตอีกครั้ง คือ อุตสาหกรรมรถยนต์ หลังหยุดผลิตชั่วคราว เบียร์ เนื่องจากร้านอาหารและสถานบันเทิงกลับมาเปิดกิจการได้อีกครั้ง ปุ๋ยเคมี ปีนี้ฝนตกต่อเนื่อง เพาะปลูกปกติจึงต้องใช้ปุ๋ยเพิ่ม
นอกจากนี้ยังมีอาหารสัตว์สำเร็จรูป เครื่องใช้ในครัวเรือน น้ำมันปาล์ม

