ดร.นิ่มนวล ผิวทองงาม รองผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์อาเซียน ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์การขโมยจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของผู้ก่อตั้งหรือเจ้าของแบรนด์ในบางประเทศมีความรุนแรงมากขึ้น โดยคนท้องถิ่นบางประเทศนำเครื่องหมายการค้าของที่แท้จริงไปจดทะเบียนก่อนเจ้าของสินค้าจะส่งไปขาย เมื่อเจ้าของสินค้านำสินค้าเข้าในประเทศนั้นจึงไม่สามารถขายได้เพราะผิดกฎหมายด้านทรัพย์สินทางปัญญา ทำให้ธุรกิจจำนวนมากเสียหาย เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับแบรนด์โลก จนถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอี
“ในอาเซียนเกิดอาชีพคอยสอดส่องว่าสินค้าประเทศใดขายดี แล้วชิงจดเครื่องหมายการค้าตัดหน้าเจ้าของกันเลย หากเจ้าของเครื่องหมายการค้าต้องการส่งออกไปขายก็ต้องฟ้องร้อง หรือไม่ต้องซื้อเครื่องหมายการค้าคืน ยอมจ่ายเงินจำนวนมาก สินค้าที่ถูกขโมยจดเครื่องหมายการค้า มีตั้งแต่เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เฟอร์นิเจอร์ระดับโลก สินค้าแฟชั่นแบรนด์โลก ที่ผ่านมามีการฟ้องร้องเรียกคืนเครื่องหมายการค้า แต่ปรากฏว่าเจ้าของแพ้คดีเพราะจดตัดหน้าแล้ว ”
ดร.นิ่มนวล กล่าวต่อว่า ดังนั้น ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่มีแผนขยายธุรกิจไปต่างประเทศและสินค้าเริ่มเป็นที่นิยมในไทยแล้ว ควรดำเนินการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เพื่อป้องกันความเสียหาย ซึ่งในอาเซียนหรือจีนมีค่าจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเฉลี่ย 3.5-4 หมื่นบาท และประเทศที่ต้องระมัดระวังเรื่องจดเครื่องหมายการค้าและเกิดข้อพิพาทจำนวนมากแล้ว เช่น จีน อินโดนีเซีย และเวียดนาม

