นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออกฯ เปิดเผยว่า ปี 2559 การส่งออกไทยยังน่ากังวลพอสมควร เนื่องจากการส่งออกสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรมไม่ค่อยดีนัก ราคาข้าว ยาง มันสำปะหลัง ยังทรงตัวระดับต่ำตามราคาน้ำมัน มีเพียงส่งออกทองคำไม่ขึ้นรูปที่เป็นตัวดึงส่งออกให้เพิ่มขึ้น ซึ่งไม่ใช่สินค้าอุตสาหกรรมโดยตรงที่ก่อให้เกิดงานภาคผลิต อีกทั้งทองคำมีแนวโน้มจะส่งออกมากขึ้น ตามราคาตลาดโลกน่าจะขึ้นจากกรณีอังกฤษออกจากอียู(เบร็กซิท) แม้ส่งออกรถยนต์ที่ผ่านมามีท่าทีดีแต่กำลังซื้อในตลาดหลักอย่างตะวันออกกลางอาจลดลง เพราะเศรษฐกิจโลกยังเปราะบาง รวมถึงภัยก่อการร้ายที่รุนแรงขึ้น
“ส่งออกปีนี้น่าจะมีมูลค่า 210,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือติดลบ 2% โดยแนวโน้มส่งออกครึ่งปีหลังจะใกล้เคียงหรือมากกว่าครึ่งปีแรกเล็กน้อย โดยครึ่งปีแรกมีมูลค่า 105,137 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 1.60% แต่เมื่อหักทองคำ ส่งออกจะติดลบถึง 4.99% ดูจากเดือนมิถุนายนมีมูลค่า18,146 ล้านเหรียญสหรัฐ ลบ 0.08% ผลจากทองคำขยายตัว 365% เมื่อหักทองคำลบถึง 3.41% จึงดูเพียงตัวเลขไม่ได้ต้องดูส่งออกแท้จริง”
นายวัลลภ กล่าวว่า แต่หากรัฐบาลผลักดันการส่งออกเชิงรุก ส่งออกอาจลบน้อยกว่า 2% ด้วยยุทธศาสตร์เจาะตลาดเมืองหลักและเมืองรองเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม และใช้โอกาสปัญหาความขัดแย้งดินแดนของจีนกับหลายประเทศ เข้าไปทำตลาดเชิงรุกมากขึ้น
“สถานการณ์ค่าเงินบาทเริ่มแข็งค่าขึ้น จากเงินทุนต่างประเทศยังไหลเข้ามาในตลาดทุนไทย เป็นอีกปัจจัยส่งผลต่อความสามารถการแข่งขันการส่งออกของไทย ล่าสุด อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 34.8 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ หากแข็งค่าเกิน 34.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นระดับที่ผู้ส่งออกรับได้มากสุด อาจต้องหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ขอให้เข้ามาดูแลค่าเงินบาท” นายวัลลภ กล่าว

