พุทธิพงษ์ จี้เอ็ตด้า กำกับดูแลมาตรฐานดิจิทัล

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)

พุทธิพงษ์ จี้เอ็ตด้า กำกับดูแลมาตรฐานดิจิทัล

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า พันธกิจที่สำคัญของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือเอ็ตด้า ต้องทำและไม่เคยทำมาก่อนคือการทำหน้าที่ตรวจสอบและจัดทำมาตรฐานเกี่ยวกับอุปกรณ์ดิจิทัล เนื่องจากอุปกรณ์ดิจิทัลเป็นอุปกรณ์ที่ไม่เหมือนอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือ อุปกรณ์โทรคมนาคม ที่ทั้ง 2 อุปกรณ์นี้ มีกระทรวงอุตสาหกรรมออกมาตรฐาน ม.อ.ก. ขณะที่ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ดำเนินการตรวจสอบอยู่

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า เอ็ตด้า ต้องมีการตั้งทีมงานขึ้นมาตรวจสอบสิ่งเหล่านี้ ทั้งเรื่อง อุปกรณ์ที่เป็นฮาร์ดแวร์ และ ซอฟต์แวร์ หากเอไอ หรือ บลอกเชน มีปัญหา ต้องสามารถตรวจสอบได้ แม้ว่า เอ็ตด้าจะไม่ใช่หน่วยงานตำรวจไซเบอร์ที่มีอำนาจในการจับ แต่เอ็ตด้าสามารถตรวจสอบ แจ้งเตือน และหาพันธมิตรในการทำงานเพื่อสร้างมาตรฐานร่วมกัน ตลอดจนให้ความรู้ความเข้าใจต่อประชาชนด้วย ซึ่งประเทศไทยควรมีมาตรฐานดิจิทัลเป็นของตนเอง เหมือนต่างประเทศที่แต่ละประเทศก็มีมาตรฐานของตนเอง เวลาต่างชาติเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ก็ต้องดำเนินการตามมาตรฐานของประเทศไทย เช่นกัน

นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการเอ็ตด้า กล่าวว่า นโยบายและแผนการดำเนินงานก้าวต่อในปี 2564 เอ็ตด้า จะเดินหน้าดำเนินงานผ่าน 3 โครงการที่จะยกระดับการขับเคลื่อนจากปี 2563 ให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ได้แก่ 1.การนำการขับเคลื่อนธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วยการสร้างกลไกขับเคลื่อนธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของของประเทศผ่านแผนยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานด้านมาตรฐานพร้อมผลักดันแผนยุทธศาสตร์เกี่ยวกับธุรกรรมให้ทุกภาคส่วนนำไปกำหนดแนวทางการพัฒนาในทิศทางเดียวกัน พร้อมจัดการสำรวจวิจัยที่ทำให้มองภาพอนาคตชัดเจนขึ้นสู่การกำหนดนโยบายทิศทางการดำเนินธุรกิจและการทำการตลาดรวมถึงเสริมสร้างทักษะด้านอีคอมเมิร์ซเพื่อพัฒนากำลังคนตอบโจทย์ความต้องการของตลาดยุคดิจิทัลไปพร้อม ๆ กับการคุ้มครองผู้บริโภคที่ยกระดับการคุ้มครองโดยการสร้างระบบเชื่อมโยงข้อมูลกับเครือข่ายทำให้การคุ้มครองมีความรวดเร็วขึ้น

2.การเร่งเครื่องกลไกดูแลธุรกิจดิจิทัลด้วยการจัดทำหลักเกณฑ์กฎหมายมาตรฐานรวมถึงแนวปฏิบัติในการดูแลธุรกิจดิจิทัลและบริการที่สำคัญ ๆ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในการใช้บริการธุรกิจบริการด้านดิจิทัลที่เปิดให้บริการไปแล้วและกำลังจะเปิดให้บริการเช่นบริการด้าน e-Meeting บริการด้าน Digital ID ด้วยระบบการตรวจประเมินที่มีมาตรฐาน และ 3.การเสริมฐานรากแพลตฟอร์มดิจิทัลของรัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรมผู้ประกอบการและประชาชนได้รับบริการที่สะดวกรวดเร็วมั่นใจปลอดภัยด้วยการพัฒนาแบบจำลองมาตรฐานและแบบจำลองข้อมูล แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานสนับสนุนศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางภาครัฐจัดทำมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ Digital ID และ e-Signature สร้างความพร้อมความตระหนักแก่บุคลากรภาครัฐผ่านการอบรมพร้อมให้บริการเฝ้าระวังตอบสนองและจัดการภัยคุกคามไซเบอร์ให้กับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและบริการออนไลน์ของหน่วยงานภาครัฐ

“จากการดำเนินงานข้างต้นเอ็ตด้า ตั้งเป้าไว้ว่าภายในปี 2565 ประเทศจะต้องมีภูมิทัศน์ด้านบริการดิจิทัลที่ได้มาตรฐานหรือ Digital Services Landscape ที่ครบถ้วนเพื่อเป็นทิศทางการพัฒนาประเทศรวมถึงเกิดระบบนิเวศ Digital ID หรือ Digital ID Ecosystem สำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องเพื่อจะนำไปสู่การใช้งาน Digital ID ในวงกว้างและหน่วยงานรัฐจะต้องมีระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์หรือ e-Service และระบบสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์หรือ e-office” นายชัยชนะ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กทท. ผนึกกำลัง สมอ. MOU ร่วมมือด้านมาตรฐานและการตรวจสอบรับรอง มาตรฐานท่องเที่ยว ยกระดับท่องเที่ยวไทย
บทความถัดไป‘ต๋อง ศิษย์ฉ่อย’ คว้าตั๋วรอบน็อคเอาท์ สนุกเกอร์อิมิแน้นท์แอร์ 6 แดง