นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ประเมินว่าบรรยากาศการใช้จ่ายช่วงสารทจีนปี 2563 น่าจะคึกคักลดลงกว่าปี 2562 เนื่องจากมีหลายปัจจัยทำให้การใช้จ่ายไหว้สารทจีนปีนี้หดตัว หลักๆ คือ การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ยาวนาน จนกระทบต่อรายได้และเศรษฐกิจติดลบสูง ความกังวลต่อรายได้และการเลิกจ้างในอนาคต อีกทั้งวันสารทจีนตรงกับกลางสัปดาห์ และถัดไปวันเดียวก็จะหยุดยาวช่วง 4-7 กันยายน จึงทำให้เงินใช้จ่ายถูกโยกไปใช้จ่ายเพื่อวันหยุดและการเดินทางท่องเที่ยวแทน แต่อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายจะยังอยู่ในกลุ่มประชาชนเชื้อสายจีนเป็นหลัก ดังนั้น คาดว่าสารทจีนปีนี้ไม่น่าจะคึกคักมากนัก และเงินสะพัดอาจติดลบเป็นปีแรก ซึ่งไม่ชัดเจนว่าจะหดตัวเท่าไหร่ เนื่องจากปีนี้ทางศูนย์พยากรณ์ฯไม่ได้สำรวจอย่างเป็นทางการ เพราะติดในเรื่องมาตรการป้องกันการระบาดของโควิด-19
” บรรรยากาศสารทจีน อาจเหมือนกับเทศกาลอื่นที่ผ่านมา ในปีนี้ ที่มีตัวเลขการใช้จ่ายหดตัวจากปีก่อน เพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีผลกระทบวงกว้างต่อรายได้ การใช้จ่าย และสภาพเศรษฐกิจ อาจเป็นปีแรกที่ตัวเลขใช้จ่ายติดลบ และการไหว้จะทำในวงแคบๆมากขึ้นเพราะมีเรื่องการเว้นระยะห่าง ” นายวชิร กล่าวว่า ตอนนี้กำลังใช้จ่ายที่จะมีมากกว่าปกติ จะอยู่ในช่วงที่มีวันหยุดต่อเนื่องยาว แม้ในช่วงวันที่ 4-7 กันยายนนี้จะเป็นวันหยุดยาว แต่เอกชนบางส่วนก็ไม่ถือว่าวันเสาร์เป็นวันหยุด และบางส่วนยังต้องทำงาน จึงหยุด 4 กันยายน ทำงาน 5 กันยายน และหยุด 6-7 กันยายน ทำให้ไม่ต่อเนื่อง ดังนั้นก็จะมีผลต่อการเดินทางและท่องเที่ยวเพียงระยะสั้นๆ ยกเว้นการลาหยุดเพื่อเพิ่มวันหยุดยาว เพื่อเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัด แต่ก็พบว่าการจองที่พักยังอยู่ในพื้นที่จังหวัดใหญ่ จังหวัดรองยอดไม่ดีขึ้น อาจเพราะโรงแรมใหญ่ในจังหวัดใหญ่มีการลดราคาถูกลงมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลคงต้องเพิ่มมาตรการในการกระตุ้นเที่ยวเมืองรอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจการใช้จ่ายในช่วงวันไหว้สารทจีน ปี 2562 ของศูนพยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า มีเงินใช้จ่ายสะพัด 2,998 ล้านบาท และขยายตัว 7.6% ซึ่งยังเป็นอัตราต่ำลงหากเทียบกับหลายปีย้อนหลังจะขยายตัว 9-12% แต่ทุกปีเงินใช้จ่ายจะสูงขึ้น เพราะส่วนหนึ่งเพราะมีการขยับราคาสินค้าในขณะนั้น

