หน้าแรก เศรษฐกิจ โกลบอลคอมแพ็ก...

โกลบอลคอมแพ็ก รวมพลังผู้นำธุรกิจ ฟื้นศก.-สังคมยั่งยืน

2.09.20 | 16:21 น.

โกลบอลคอมแพ็ก รวมพลังผู้นำธุรกิจ ฟื้นศก.-สังคมยั่งยืน

31 สิงหาคมที่ผ่านมา สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นเครือข่ายด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จัดงาน GCNT FORUM 2020: Thailand Business Leadership for SDGsŽ ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ในโอกาสครบรอบ 20 ปี ของเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact) และครบรอบ 75 ปี สหประชาชาติ เป็นการระดมพลังความยั่งยืนเพื่อฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ หลังโควิด-19 ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ฟื้นตัวได้ดีขึ้นกว่าเดิมและเติบโตอย่างยั่งยืน

โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธี พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ วิถีคิดผู้นำในสถานการณ์วิกฤติ ประสบการณ์จากสถานการณ์ COVID-19Ž

ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่รวมสุดยอดผู้นำด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ สหประชาชาติ และภาคประชาสังคม กว่า 200 ราย อาทิ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะนายกสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย และซีอีโอชั้นนำจาก 57 องค์กรสมาชิกในไทย อาทิ เครือเจริญโภคภัณฑ์, กลุ่มบริษัท ปตท., กลุ่มมิตรผล, บางจาก, แพรนด้ากรุ๊ป, ไทยเบฟเวอเรจ, ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป, ไทยวา และอินโดรามา เวนเจอร์ส ผู้นำองค์กรภาครัฐ และภาคส่วนอื่นๆ อาทิ สภาอุตสาหกรรม สภาองค์การนายจ้าง องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เพื่อร่วมประกาศเจตนารมณ์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ตามหลักสากล 10 ประการของ UN Global CompactŽ และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

ในงานจัดเวทีเสวนาในหัวข้อต่างๆ เริ่มด้วยหัวข้อเสวนา ผู้นำธุรกิจเพื่อความยั่งยืนตามวิถีใหม่Ž มีการหยิบยกประเด็นการดำเนินชีวิตท่ามกลางโควิด-19 ที่จำเป็นต้องมีการปรับตัวในหลายมิติ ทั้งบุคคลและองค์กร ธุรกิจเองก็ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินธุรกิจภายใต้สภาพแวดล้อมและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

ทั้งนี้ องค์กรชั้นนำ ได้แก่ อินโดรามา เวนเจอร์ส, บางจาก, กลุ่มมิตรผล และสหประชาชาติ แชร์มุมมองในมิติผู้นำองค์กร ที่ต้องการสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กร พร้อมไปกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ว่าการผลักดันของผู้นำองค์กร คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญ โดยเฉพาะการสื่อสารไปยังพนักงานทุกระดับอย่างสม่ำเสมอและทั่วถึง

Advertisement

ส่วนการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนนั้น ยังมุ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรและชุมชนในพื้นที่ที่องค์กรเข้าไปดำเนินธุรกิจ การใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อม และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยโครงการด้านความยั่งยืนที่สำคัญของแต่ละองค์กร อาทิ การผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยการรีไซเคิลในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น รวมถึงการเพิ่มทักษะด้านออนไลน์

ทั้งนี้ การผนึกกำลังกันของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกันนั้น มี 3 สิ่งที่สำคัญ คือ การสร้างความเท่าเทียม การปกป้องดูแลสิ่งแวดล้อม และการสร้างโอกาสให้คนในสังคมได้มีส่วนร่วม

ส่วนเวทีการเสวนา ด้านสิทธิมนุษยชนและแรงงานŽ กล่าวถึงวิกฤตโควิด-19 ทำให้ทุกภาคธุรกิจได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจและรายได้ เป็นลูกโซ่ต่อเนื่องจากพนักงานสู่ครอบครัวและชุมชน สุดท้ายส่งผลไปในระดับประเทศ

ทั้้งนี้ สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) กองสิทธิมนุษยชน กระทรวงยุติธรรม และองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ให้ข้อเสนอแนะว่า การปรับตัวหลักต้องดูจากการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการให้ความช่วยเหลือกับกลุ่มที่เกี่ยวข้องที่ครอบคลุมทั้งมิติของผู้ประกอบการ และแรงงาน ให้มีรายได้อย่างต่อเนื่อง การเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงาน

ทั้งนี้ สมาคมโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย มีแผนที่จะร่วมมือกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม จัดตั้ง Business & Human Right Academy และขยายการส่งเสริมเรื่องนี้ไปยังธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมต่อไป

นอกจากนี้ เรื่อง สิ่งแวดล้อมŽ ยังเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกหยิบยกมาพูดคุยเสวนา โดยเวทีนี้มีองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด
รีคอฟ ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (RECOFTC) และโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ร่วมพูดคุย และเห็นตรงกันว่าองค์กรต่างๆ ต้องหันมาร่วมมือกันรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เนื่องจากธรรมชาติพูดเองไม่ได้ เราจึงต้องเป็นตัวแทนทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนไปสู่ Green Society และปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์

ทุกฝ่ายควรพลิกวิกฤตโควิด-19 นี้ให้เป็นโอกาสของธรรมชาติในการฟื้นตัวแบบสีเขียว (Green Recovery) โดยเฉพาะภาคธุรกิจ ต้องคำนึงถึงความสมดุล ระหว่างการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจกับการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่เดินไปคู่กัน

ปิดท้ายด้วยเวที การส่งเสริมบรรษัทภิบาลและการต่อต้านทุจริตŽ โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) เสนอแนะว่า ทุกอย่างต้องเริ่มที่คนก่อน จึงจะมีประสิทธิผล โดยภาคธุรกิจต้องคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ครอบคลุมทุกมิติ และควรต้องมีเป้าหมายให้เป็นองค์กร Zero Non Compliance และ Zero Corruption โดยขยายแนวคิดนี้ให้กับคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทานด้วย

ด้าน ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะนายกสมาคมโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย เผยว่า เราตั้งเป้าหมายให้ GCNT FORUM เป็นกิจกรรมประจำปีของสมาคมฯ เพื่อเชื่อมโยงภาคธุรกิจ ภาครัฐ และภาคประชาสังคมให้เข้ามาร่วมมือกัน ซึ่งจะเป็นรากฐานในการแก้ปัญหาของประเทศไทยให้ดีขึ้นตามลำดับ


ความร่วมมือเป็นพลังสำคัญในการผลักดันการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมไปกับการร่วมฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ
ภาคธุรกิจ ภาครัฐ ภาคประชาสังคม และสหประชาชาติ ยืนยันเดินหน้าโครงการด้านความยั่งยืน ครอบคลุมประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน แรงงาน สิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมบรรษัทภิบาลและการต่อต้านการทุจริต

นอกจากนี้ เรายังจะเป็นส่วนสำคัญในระดับภูมิภาคหรือระดับโลก ที่จะแบ่งปันวิธีการ ตลอดจนองค์ความรู้ ของไทยสู่สากล พร้อมๆ กับการรับวิธีการและองค์ความรู้ของนานาประเทศกลับมาด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความตระหนักรู้ในภาคเอกชน ตลอดจนระบบห่วงโซ่อุปทาน และความตระหนักรู้ของผู้นำรุ่นใหม่ ซึ่งจะเป็นผู้ที่ช่วยขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงในอนาคต

“โกลบอลคอมแพ็กจะเป็นศูนย์กลางระดมสรรพกำลัง พลังสมอง ความรู้และหลักการด้านความยั่งยืนทั้ง 17 ข้อ สู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพื่อรักษาความมั่นคงทางชีวิต ตลอดจนผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับระบบสังคมของเรา เป็นเรื่องใหญ่ที่เราต้องผนึกกำลังกัน เพื่อให้เราสร้างการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการรักษางาน และถือโอกาสนี้ในการกลับมาได้ดีกว่าเดิม กลับมาได้แข็งแกร่งกว่าเดิมŽ” ศุภชัยสรุป