เอไอเอส รักสิ่งแวดล้อม เปิดโครงการอีเวสต์ ทิ้งรับพอยท์ ทุกการทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ ได้เอไอเอสพอยท์
นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส เปิดเผยว่า ขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีเวสต์ เป็นหนึ่งตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ซึ่งหากไม่จัดการอย่างถูกวิธีจะเกิดการรั่วไหลของสารเคมีลงสู่พื้นดินและแหล่งน้ำ ทำให้เกิดอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต
ดังนั้น ที่ผ่านมา เอไอเอส จึงเน้นการลดผลกระทบที่เกิดจากของเสียในการดำเนินธุรกิจต่อสิ่งแวดล้อม และจัดทำโครงการคนไทยไร้อีเวสต์ เพื่อเป็นแกนกลางรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ไปกำจัดอย่างถูกวิธี ซึ่งตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน สามารถนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดจากโครงข่ายและการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการรับจากทั่วประเทศ ไปกำจัดรวมทั้งสิ้นกว่า 710 ตัน
นายสมชัย กล่าวว่า เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมและขอบคุณกลุ่มลูกค้า จึงเปิดตัวแคมเปญใหม่ในชื่อ เอไอเอส อีเวสต์ ทิ้งรับพอยท์ โดยทุกการทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์จะเป็นคะแนนเอไอเอส พอยท์ ใน 3 ขั้นตอน ประกอบด้วย นำขยะอิเล็กทรอนิกส์ 5 ประเภท ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ/แท็บเล็ต, แบตเตอรี่มือถือ, สายชาร์จ, หูฟัง และพาวเวอร์แบงก์ ไปยังเอไอเอสช็อปใกล้บ้าน จากนั้นแจ้งกับพนักงานว่าต้องการนำขยะอิเล็กทรอนิกส์มาทิ้ง นำขยะหย่อนลงถัง และสแกนคิวอาร์โค้ด เพื่อรับเอไอเอส พอยท์ โดยลูกค้าสามารถตรวจสอบยอดรวม เอไอเอส พอยท์ ได้ที่แอพพลิเคชันมายเอไอเอส

โดยขยะอิเล็กทรอนิกส์ 1 ชิ้นมีค่า 5 คะแนน 1 หมายเลขสามารถรับเอไอเอส พอยท์ได้สูงสุด 10 คะแนนต่อวัน ระยะเวลาโครงการตั้งแต่ 1 กันยายน - 31 ตุลาคม 2563 ทั้งนี้ ปัจจุบันโครงการมีภาคีเครือข่ายทั่วประเทศรวมกว่า 52 องค์กร กว่า 2,000 จุดทั่วประเทศในการรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์
“ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี หากเรายังนิ่งเฉย ละเลย และไม่กำจัดอย่างถูกวิธี ผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมาอาจจะสายเกินแก้ จึงขอเชิญชวนร่วมภารกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยการนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต แบตเตอรี่มือถือ สายชาร์จ หูฟัง หรือพาวเวอร์แบงก์ มาร่วมกำจัดกับเรา” นายสมชัย กล่าว
ทั้งนี้ จากรายงานของ The Global E-Waste Monitor 2020 มหาวิทยาลัยสหประชาชาติ (United Nation University, UNU) คาดการณ์ว่าปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกจะมีมากถึง 53.6 ล้านเมตริกตัน ในปี 2562 และจะสูงขึ้นถึง 74.7 ล้านเมตริกตันในปี 2573 โดยทวีปเอเชียเป็นทวีปที่ผลิตขยะอิเล็กทรอนิกส์สูงที่สุดกว่า 24.9 ล้านเมตริกตัน ในปริมาณขยะทั้งหมดมีเพียง 17.4% ที่ได้รับการกำจัดอย่างถูกวิธี ที่เหลืออีกกว่า 82.6% ไม่สามารถติดตามได้

นางสาวนัฐิยา พัวพงศกร หัวหน้าแผนกงานพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน เอไอเอส กล่าวว่า กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของบริษัท ในด้านสิ่งแวดล้อมนอกเหนือจากการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์แล้ว บริษัทยังมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนศูนย์ดาต้า เซ็นเตอร์ และบริเวณใกล้เคียงกับสถานีฐาน
โดยในส่วนของศูนย์ดาต้า เซ็นเตอร์ ปัจจุบันติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ไปแล้ว 2 แห่ง จากที่มีอยู่ทั้งหมด 9 แห่ง ขณะที่สถานีฐาน ปัจจุบันติดตั้งไปแล้ว 1,000 แห่ง จากที่มีอยู่ทั้งหมด 30,000 แห่ง คาดว่าจะติดตั้งได้ประมาณ 6,000 แห่ง ภายใน 3 ปีข้างหน้า
ทั้งนี้ การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ดังกล่าวปัจจุบันจะเห็นในแง่ประสิทธิภาพมากกว่าการลดค่าใช้จ่าย เนื่องจากบริษัทมีการขยายโครงข่ายอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวจะเห็นในแง่การลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานอย่างชัดเจน



