ดิจิเทรนด์ ฟอร์เวิร์ด : เฟซบุ๊ก ปรับข้อกำหนด ลบโพสต์ได้ไม่ต้องรอคำสั่งศาล

เว็บไซต์บิสซิเนส อินไซเดอร์ ระบุว่า เฟซบุ๊กได้ประกาศแจ้งเตือนให้ผู้ใช้งานรับทราบถึงการแก้ไขข้อกำหนดในการใช้บริการ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ต.ค. 2563 ใจความหลัก คือ เฟซบุ๊กจะสามารถลบเนื้อหาสุ่มเสี่ยง ที่อาจส่งผลให้บริษัทหรือบุคคลอื่นๆ โดนฟ้องร้องได้ โดยไม่ต้องรอคำขอจากทางรัฐบาล

ทั้งนี้ ข้อกำหนดในการใช้บริการฉบับปัจจุบันระบุว่า เฟซบุ๊กสามารถปิดกั้นการเข้าถึงเนื้อหาในแต่ละประเทศได้ หากเป็นข้อมูลที่ผิดกฎหมายของประเทศนั้นๆ แต่คนในประเทศอื่นๆ จะยังเข้าไปดูโพสต์นั้นได้อยู่

แต่การแก้ไขข้อกำหนดครั้งนี้ระบุว่า เฟซบุ๊กสามารถลบหรือจำกัดการเข้าถึงเนื้อหา บริการ หรือข้อมูลได้ หากเฟซบุ๊กพิจารณาแล้วว่าการกระทำนี้ทำให้บริษัทหลีกเลี่ยงหรือลดความเสี่ยงจากการโดนฟ้องร้อง

นั่นหมายความว่าเนื้อหาใดๆ ที่ไม่ได้ละเมิดนโยบายของเฟซบุ๊ก แต่ไปละเมิดกฎหมายในบางประเทศ จากเดิมที่จะถูกซ่อนในประเทศนั้นเพียงอย่างเดียว หลังได้รับการร้องขอจากรัฐบาลหรือหน่วยงานต่างๆ ต่อไปจะมีโอกาสโดนลบออกทันที หากเฟซบุ๊กเห็นว่าเสี่ยงที่จะทำให้บริษัทโดนฟ้องร้อง

อย่างไรก็ตาม เฟซบุ๊กไม่ได้แจ้งเหตุผลในการปรับเปลี่ยนข้อกำหนดในครั้งนี้ แต่บิสซิเนส อินไซเดอร์ มองว่าเป็นผลมาจากการที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ต้องการยกเลิกมาตรา 230 ของกฎหมาย Communications Decency Act ซึ่งคุ้มครองผู้ให้บริการโซเชียลมีเดีย ทำให้พวกเขาไม่ต้องรับผิดทางกฎหมายเกี่ยวกับข้อมูลที่ผู้ใช้นำมาโพสต์

สำหรับประเทศไทย นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) แถลงว่า กระทรวงดีอีเอสจะส่งหนังสือพร้อมแนบคำสั่งศาลไปยังแพลตฟอร์มต่างๆ ให้ดำเนินการลบยูอาร์แอลที่ผิดกฎหมายภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือ ทั้งยังกำชับว่าหากแพลตฟอร์มไม่ดำเนินการภายใน 15 วัน จำเป็นต้องดำเนินคดี ตามมาตรา 27 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

เท่ากับว่าจากนี้ เฟซบุ๊กอาจไม่จำเป็นต้องรอคำสั่งศาล ก็สามารถลบโพสต์ได้ทันที หากมองว่าเนื้อหามีความเสี่ยงที่จะทำให้ถูกดำเนินการทางกฎหมาย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon