“ไพรินทร์” สั่งก.อุตผุดซอฟท์โลนช่วยหาบเร่-เลิกรถนั่งเครื่องยนต์สันดาปใน10-15ปี

“ไพรินทร์” สั่งก.อุตผุดซอฟท์โลนช่วยไมโครเซ็กเตอร์ ประกาศแผนรถยนต์มุ่งอีวี หักดิบเครื่องยนต์สันดาป เลิกจดทะเบียนรถยนต์นั่งป้ายแดงภายใน 10-15 ปีข้างหน้า คาดชัดเจนปลายปีนี้

รายงานข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(ศบศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการบริหารเศรษฐกิจ ภายใต้ศบศ. ได้เรียกปลัดกระทรวงที่เป็นกรรมการเข้าหารือรายกระทรวง หนึ่งในนั้นคือ นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อขับเคลื่อนมาตรการของกระทรวงอุตสาหกรรมที่จำเป็น ทั้งมาตรการเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว ที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ โดยในการหารือ นายไพรินทร์ ได้หารือ 2 เรื่องสำคัญ คือ การเตรียมช่วยเหลือกลุ่มไมโครเซ็กเตอร์ อาทิ หายเร่ แผงลอย ให้ได้รับสินเชื่อในรูปแบบสินเชื่อส่วนบุคคล หรือเพอร์ซันนัลโลน เพื่อความคล่องตัว เนื่องจากกลุ่มนี้ไม่ได้เป็นนิติบุคคล จึงเข้าไม่ถึงสินเชื่อเอสเอ็มอีที่รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือในปัจจุบัน โดยสินเชื่อดังกล่าวคาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็วๆนี้

รายงานข่าวระบุว่า อีกประเด็นนายไพรินทร์หารือ คือ การขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้า100%(อีวี) ซึ่งปัจจุบันแม้ไทยจะมียุทธศาสตร์ขับเคลื่อนออกมา โดยตั้งเป้าให้ไทยมีการผลิตรถอีวี 30% ภายในปี 2030 หรือปี 2573 แต่เป้าหมายดังกล่าวพบว่ายังช้าเกินไป เพราะเทคโนโลยีอีวีพัฒนาแบบก้าวกระโดด ภายใน 10 ปีหลายประเทศในโลกอาจมีการใช้อีวีจำนวน ยกตัวอย่างประเทศสวีเดนประกาศผลิตอีวี100% ภายในปี 2030 นอกจากนี้แผนของไทยยังขาดความชัดเจนในหลายมิติ ดังนั้นนายไพรินทร์จึงมองว่าไทยควรประกาศแผนอีวีให้ชัดเจน โดยควรเริ่มจากการกำหนดให้รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปของไทยจะไม่มีการจดทะเบียนใหม่รถยนตนั่งส่วนบุคคลภายใน 10-15 ปีข้างหน้า แต่สามารถผลิตรถเครื่องยนต์สันดาปเพื่อการส่งออกได้ และกำหนดตัวเลขการผลิตอีวีที่มากขึ้นจากแผนปัจจุบัน

รายงานข่าวระบุว่า นายไพรินทร์ต้องการให้หักดิบ ด้วยการกำหนดระยะเวลาเลิกจดทะเบียนรถเครื่องยนต์สันดาป และมุ่งสู่อีวีจริงๆ เพื่อส่งสัญญาณถึงผู้บริโภค ค่ายรถยนต์ เอกชนที่สนใจลงทุนในอุตสาหกรรมอีวี ที่มีทั้งตัวรถ แบตเตอรี่ สถานีชาร์จไฟฟ้า ประกอบกับมองว่าแผนปัจจุบันอาจไม่ทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง ดูอย่างประเทศจีนมุ่งอีวีเพียว ขณะที่ไทยกว่าจะไปถึงอีวี ปัจจุบันมีทั้งรถยนต์เติมน้ำมัน รถไฮบริด รถปลั๊กอินไฮบริด ขณะที่อีวียังน้อยมาก โดยหลังการหารือ นายกอบชัย ได้หารือกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว และนายกอบชัยได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุดเพื่อทำแผนจัดทำแผนดังกล่าว คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเดือนกันยายนนี้ จากนั้นจะเสนอต่อนายไพรินทร์ เพื่อพิจารณาในคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการบริหารเศรษฐกิจ และประกาศแผนภายในปีนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้หน้า 1 หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ.2563
บทความถัดไปน.ร.เลว-ภาคีน.ร. เสียงก้อง สะท้อนปัญหาใน ‘ร.ร.’