นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า สถิติการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทย ช่วงเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม ปี 2563 มีมูลค่ารวม 741,290 ล้านบาท ลดลง 8.52% เเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นการส่งออก 428,810 ล้านบาท ลดลง 8.19% และการนำเข้า 312,480 ล้านบาท ลดลง 8.98% เกินดุลการค้า 116,330 ล้านบาท โดยการค้าชายแดนและผ่านแดนลดลง สอดคล้องกับการส่งออกภาพรวมของประเทศลดลง เพราะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้มีการปิดด่านการค้า แต่ถือว่าทิศทางการค้าเริ่มปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นต่อเนื่อง หลังจากที่กรมฯได้ผลักดันและประสานงานให้มีการเปิดด่านการค้าได้เพิ่มมากขึ้น
นายกีรติ กล่าวว่า การค้าชายแดนกับเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ ประกอบด้วยมาเลเซีย เมียนมา ลาว และกัมพูชา พบว่า มาเลเซีย เป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง มีมูลค่ารวม 130,920 ล้านบาท ลดลง 23.57% รองลงมาคือ ลาว มูลค่า 107,211 ล้านบาท ลดลง 7.79% เมียนมา มูลค่า 100,666 ล้านบาท ลดลง 13.64% และกัมพูชา มูลค่า 94,835 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.82% สินค้าส่งออกสำคัญไทยไปมาเลเซีย ได้แก่ ยางพารา เครื่องคอมพิวเตอร์ และแผงวงจรไฟฟ้า ส่วนลาว ได้แก่ น้ำมันดีเซล สินค้าปศุสัตว์อื่นๆ และน้ำมันสำเร็จรูปอื่นๆ สำหรับเมียนมา ได้แก่ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ น้ำมันดีเซล และผ้าผืนและด้าย และกัมพูชา ได้แก่ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ สินค้าปศุสัตว์ และรถยนต์นั่ง
ส่วนการค้าผ่านแดนไปยัง จีน สิงคโปร์ เวียดนาม และประเทศอื่นๆ พบว่า จีนเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งมีมูลค่ารวม 131,104 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.39% รองลงมา คือ สิงคโปร์ มูลค่า 49,974 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.26% เวียดนาม มูลค่า 34,919 ล้านบาท ลดลง 21.82% และประเทศอื่นๆ มูลค่า 91,661 ล้านบาท ลดลง 15.81% สินค้าส่งออกสำคัญไทยไปจีน ได้แก่ ผลไม้สดแช่เย็นฯ เครื่องคอมพิวเตอร์ฯ และยางพารา สิงคโปร์ ได้แก่ เครื่องยนต์สันดาปฯ เครื่องคอมพิวเตอร์ฯ และแผงวงจรไฟฟ้า และเวียดนาม ได้แก่ ผลไม้สดแช่เย็นฯ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ อุปกรณ์กึ่งตัวนำฯ
นายกีรติกล่าวว่า เดือนสิงหาคมกรมได้เร่งรัดการเปิดจุดผ่านแดนตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์โดย 1.ผลักดันการเปิดด่านด้านชายแดนไทย-มาเลเซีย ขอให้ทางการมาเลเซียเปิดเส้นทางขนส่ง 2 ด่าน ได้แก่ ด่านเป็งกาลันกูโบของมาเลเซียตรงข้ามด่านตากใบของไทย และด่านบูกิตบุหงาของมาเลเซียตรงข้ามด่านบูเก๊ะตาของไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของทางมาเลเซีย และ 2.จัดคณะเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ ณ จังหวัดสระแก้ว ในการเปิดเส้นทางขนส่งสินค้าชั่วคราว จากด่านศุลกากรอรัญประเทศของไทยไปยังกัมพูชา ซึ่งปัจจุบันประสบปัญหาความแออัด เนื่องจากเป็นจุดผ่านแดนถาวรที่มีสัดส่วนมูลค่าการค้าสูงสุดระหว่างไทย-กัมพูชา ถึง 54.11% ของมูลค่าการค้ารวม โดยให้มาใช้เส้นทางที่สะพานหนองเอี่ยน-สตรึงบท ซึ่งเป็นสะพานที่ก่อสร้างใหม่แต่ยังไม่เปิดใช้งาน และมีระยะทางห่างออกไป 10 กิโลเมตร คาดว่ลดระยะเวลารอคอยที่ด่านอรัญประเทศได้เท่าตัว
ปัจจุบัน ณ วันที่ 13 สิงหาคม 2563 ไทยได้เปิดจุดผ่านแดน (จุดผ่านแดนถาวร/จุดผ่านแดนชั่วคราว/จุดผ่อนปรนการค้าและการท่องเที่ยว/จุดผ่อนปรนพิเศษ) รวม 40 แห่ง จาก 97 แห่งทั่วประเทศ กรมจะร่วมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อดำเนินการผลักดันเปิดจุดผ่านแดนให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นต่อไป

