‘สมาคมเที่ยวภูเก็ต’ โอดท่องเที่ยวแย่ หลังเจอโควิดทำต่างชาติหาย กระตุ้นตลาดในประเทศไม่คุ้ม
นางวิรินทร์ตรา ปภากิจยศพัฒน์ นายกสมาคมผู้ประกอบนำเที่ยวภูเก็ต เปิดเผยว่า จังหวัดภูเก็ตมีปัญหาตั้งแต่ก่อนเกิดการระบาดไวรัสโควิด-19 เนื่องจากได้รับผลกระทบตั้งแต่เกิดเหตุการณ์เรือนักท่องเที่ยวจีนล่มในปี 2562 ซึ่งขณะนั้นทำให้นักท่องเที่ยวหายไปบางส่วน ต่อมาเมื่อเกิดการระบาดโควิด-19 รัฐบาลใช้มาตรการล็อคดาวน์ในช่วงเดือนมีนาคม และเริ่มผ่อนคายมาตรการล็อกดาวน์เมืองเป็นระยะๆ จนสุดท้ายในช่วงเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา ก็เริ่มมีผู้ประกอบการกลับมาเปิดทำการตามปกติอีกครั้ง โดยในภาพรวมธุรกิจท่องเที่ยวภูเก็ตเริ่มกลับมาเปิดตามปกติประมาณ 25% ซึ่งภาพรวมภูเก็ตค่อนข้างแย่ เนื่องจากผู้ประกอบการเกือบ 100% รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้ในภาพรวมธุรกิจท่องเที่ยวภูเก็ตยังเปิดทำการปกติไม่ถึง 10% ดี เพราะเปิดมาแล้วยังไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา ก็ไม่คุ้มกับต้นทุนที่ต้องจ่าย โดยเฉพาะผู้ประกอบการทัวร์ที่ยังเปิดให้บริการค่อนข้างน้อย ซึ่งส่วนใหญ่ที่เปิดมาก็เปิดเพื่อเข้าร่วมโครงการเที่ยวปันสุข ในแพคเกจเราเที่ยวด้วยกันและแพคเกจกำลังใจ
“ตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา บริษัทฯเข้าร่วมโครงการเที่ยวปันสุข รองรับแพคเกจเราเที่ยวด้วยกันและแพคเกจกำลังใจ ที่เปิดให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล (รพ.สต.) จำนวน 1.2 ล้านคน ลงทะเบียนรับสิทธิ์เที่ยวฟรี โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐจำนวน 2,000 บาท ทำให้ภูเก็ตมีลูกค้าตลาดไทยเที่ยวไทยเข้ามาเพิ่มมากขึ้น แต่หากเทียบกับต่างชาติที่เคยสร้างรายได้ให้กับบริษัทฯ และเป็นลูกค้าหลัก ยังถือว่าทดแทนไม่ได้ แต่ดีกว่าปล่อยให้โรงแรม ร้านอาหาร และเรือยอร์ช อยู่เฉยๆ เนื่องจากจะมีต้นทุนในส่วนของค่าเสื่อมที่สูงมาก” นางวิรินทร์ตรา กล่าว
นางวิรินทร์ตรา กล่าวว่า สำหรับการปรับตัวให้เข้าสถานการณ์ ขณะนี้บริษัทฯ หันมาทำตลาดกับคนไทยเที่ยวไทยมากขึ้น โดยจัดทำโปรโมชั่นผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก เพื่อกระตุ้นให้คนไทยออกเดินทางท่องเที่ยว โดยเฉพาะคนที่ไม่มีอำนาจในการใช้จ่ายหรือคนที่มีเงินน้อย แต่อยากเที่ยวเหมือนกัน จึงคิดโปรโมชั่น 199 บาทไปกับนิกรมารีน เปิดให้เดินทางท่องเที่ยวไปเกาะต่างๆ ด้วยเรือยอร์ชลำใหญ่ รองรับเพียง 80 คนต่อเที่ยว พร้อมทั้งมีบริการเครื่องดื่มให้ด้วย ซึ่งได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าคนไทยดีมาก แต่หากถามว่าคุ้มหรือไม่ บอกเลยว่าไม่คุ้ม เพราะได้กำไรเพียง 100 บาทต่อคนเท่านั้น เนื่องจากต้นทุนในการจัดโปรโมชั่นมีสูง แต่ก็ต้องพยายามปรับเพื่อให้บริษัทฯ อยู่รอดต่อไป สำหรับโครงการภูเก็ตโมเดล หากเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาได้ ก็เชื่อว่าจะเป็นส่วนกระตุ้นให้ภาพรวมดูดีขึ้น ซึ่งส่วนตัวมั่นใจในรัฐบาลและมาตรการด้านสาธารณสุขไทย เชื่อมั่นว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ก็มีข้อกังวลในส่วนของการดูแลคนไทยว่า หากเปิดให้ต่างชาติเข้ามาแล้ว ตลาดนักท่องเที่ยวไทยจะหายไป จึงอยากให้ประชาสัมพันธ์และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนมากที่สุดก่อน

