พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ ประธานกรรมการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวภายหลังการติดตามความคืบหน้าก่อสร้างสถานีสนามไชยของโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ-ท่าพระ ว่า ขณะนี้สถานีสนามไชยก่อสร้างเร็วกว่าแผนที่วางไว้ 5% ขณะที่สรุปการดำเนินงานก่อสร้างงานโยธาในภาพรวม ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2559 มีความก้าวหน้าเท่ากับ 80.86% จึงคาดว่างานก่อสร้างจะเสร็จสมบูรณ์ภายในปลายปี 2559 โดยโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายอยู่ระหว่างจัดหาเอกชนเข้ามาสัมปทานเดินรถ คาดว่าจะได้ผู้เดินรถภายในปลายปีนี้เช่นเดียวกัน
พล.อ.ยอดยุทธกล่าวว่า ส่วนงานก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีสนามไชย และสถานีอิสรภาพ อยู่ในขั้นตอนการดำเนินงานติดตั้งงานระบบไฟฟ้าเครื่องกลและงานสถาปัตยกรรมภายในสถานี โดยผู้รับจ้างสัญญาที่ 5 (สัญญางานระบบราง) มีแผนจะเข้าพื้นที่ก่อสร้างในช่วงเดือนสิงหาคม 2559 และเริ่มงานติดตั้งงานระบบรางเดือนกันยายน 2559 โดยในส่วนของการกำหนดเปิดเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค และช่วงบางซื่อ-ท่าพระ มีการวางแผนการเปิดเดินรถเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 เดินรถสายใต้ ช่วงหัวลำโพง-ท่าพระ-หลักสอง ในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ระยะที่ 2 เดินรถสายเหนือ ช่วงเตาปูน-ท่าพระ หรือทั้งโครงการเปิดให้บริการตลอดสายในเดือนตุลาคม 2562
“รฟม.จะเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายเป็นช่วงๆ เมื่อมีการก่อสร้างเสร็จ เช่น จากหัวลำโพงมาสถานีสนามไชยจะทยอยเปิดให้บริการก่อน เช่นเดียวกับช่วงบางซื่อไปท่าพระ ทั้งนี้ สถานีสนามไชยมีการตกแต่งสวยงาม ออกแบบภายในให้มีลักษณะคล้ายท้องพระโรงสมัยรัตนโกสินทร์ เพื่อให้เกิดคุณค่าทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ เชื่อว่าจะเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มาใช้ระบบรถไฟฟ้าเห็นความสวยงามและจูงใจให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมาใช้งานระบบรถไฟฟ้าสีน้ำเงิน โดยคาดว่าประชาชน นักท่องเที่ยว สามารถเข้าชมบรรยากาศสถานีนี้ได้ในช่วงปลายปีนี้” พล.อ.ยอดยุทธกล่าว

พล.อ.ยอดยุทธกล่าวว่า การพิจารณาของบอร์ด รฟม.เมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา นอกจากการแก้ปัญหาการเดินรถระหว่างสถานีเตาปูน-บางซื่อแล้ว ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ทางบอร์ดจะมีการเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนมอบหมายให้คณะกรรมการตามมาตรา 35 เจรจากับเอกชนต่อ ในส่วนของค่าโดยสารคณะกรรมการพิจารณารายละเอียด 2 แนวทาง คือ จัดเก็บเท่ากับสายสีน้ำเงินในปัจจุบัน คือ มีค่าแรกเข้า 16 บาท และเก็บตามระยะทางอีกสถานีละ 2 บาท สูงสุดไม่เกิน 42 บาท อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวอาจจะเกิดปัญหา เนื่องจากจะทำให้การใช้ส่วนต่อขยายที่ก่อสร้างเพิ่มเหมือนให้บริการฟรี ขณะที่อีกแนวทางจะพิจารณาค่าโดยสารตามระยะทางเสียแรกเข้าครั้งเดียว แต่จะมีอัตราสูงสุดที่กำหนด ซึ่งการเจรจากับเอกชนเดินรถนั้น รฟม.จะพยายามให้ได้ข้อสรุป โดยประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ขณะเดียวกันเกิดความเป็นธรรมกับเอกชนเข้ามาลงทุนด้วย
พล.อ.ยอดยุทธกล่าวว่า ส่วนกรณีที่เป็นปัญหา 1 สถานี ในการเดินรถเชื่อมต่อ 1 สถานี ระหว่างสถานีเตาปูนของสีม่วงสายฉลองรัชธรรม กับสถานีบางซื่อของสีน้ำเงินสายเฉลิมรัชมงคลนั้น รฟม.จะเร่งดำเนินการเชื่อมต่อให้เร็วที่สุด โดยอยู่ระหว่างเจรจาข้อกฎหมายกับทางบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เข้ามาดำเนินการติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณได้ก่อนอย่างไรที่จะไม่ขัดข้อกฎหมาย โดยประเมินว่าอาจจะแยกงาน 1 สถานีออกมาทำเป็นข้อตกลงบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) กับ BEM แล้วส่งต่อ ครม.พิจารณา แล้วลงนามในเดือนกันยายนนี้ คาดว่าจะเปิด 1 สถานีได้ในต้นปี 2560

