“กรมชลฯ” คว้า 3 รางวัลเลิศรัฐ จาก ก.พ.ร.ด้านการทำงานแบบบูรณา”ดีเด่น-ดี”

“กรมชลฯ” คว้า 3 รางวัลเลิศรัฐ จาก ก.พ.ร.ด้านการทำงานแบบบูรณา”ดีเด่น-ดี”

นายสุชาติ เจริญศรี รองอธิบดีกรมชลประทาน ผู้แทนกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานได้รับรางวัลรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี พ.ศ.2563 จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ที่มอบให้กับหน่วยงานมีผลการดำเนินงานเป็นเลิศทั้งในด้านการให้บริการภาครัฐ การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภายในองค์กร และการเปิดโอกาสให้ประชาชนหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารราชการ ซึ่งในปีนี้กรมชลประทานคว้ารางวัลมาได้ถึง 3 รางวัล จากมติผลการพิจารณาของคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการ โดยมี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานมอบรางวัลให้แก่หน่วยงานต่างๆ ที่ได้รับรางวัล ซึ่งแบ่งรางวัลออกเป็น 3 สาขา ได้แก่ สาขาบริการภาครัฐ สาขาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ และสาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม โดยมีรางวัลเลิศรัฐ จำนวน 3 ผลงาน และผลงานในระดับดีเด่น จำนวน 51 ผลงาน และผลงานในระดับดี จำนวน 144 ผลงาน

ทั้งนี้ ผลงานที่กรมชลประทานได้รับรางวัล ได้แก่ 1.รางวัลการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ระดับดีเด่น ประเภทรางวัลเลื่องลือขยายผล ได้แก่ ผลงานการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน : ณ ฝายแม่ลาวฝั่งขวาจังหวัดเชียงราย (ต้นแบบดอยงู) ซึ่งเป็นผลงานที่ดำเนินงานจากการพัฒนาต่อยอดจากผลงานการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเกษตรกรและกลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่อ่างเก็บน้ำดอยงู จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นต้นแบบที่เคยได้รับรางวัล และนำไปขยายผลต่อยอดจนประสบความสำเร็จ 2.รางวัลการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ระดับดี ประเภทรางวัลสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม ได้แก่ ผลงานการบริหารจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วมของสถานีสูบน้ำแก่งคอย-บ้านหมอ และ 3.รางวัลการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ระดับดี ประเภทรางวัลผู้นำหุ้นส่วนความร่วมมือ โดยคณะกรรมการจัดการน้ำชลประทานแก่งคอย-บ้านหมอ (JMC) ผลงานการบริหารจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วมของสถานีสูบน้ำแก่งคอย-บ้านหมอ ที่ล้วนเป็นผลจากการดำเนินการบริหารจัดการน้ำร่วมกับหน่วยงานระดับท้องถิ่น และเกษตรกรในพื้นที่ ด้วยการจัดตั้งกลุ่ม JMC ทั้งในระดับโครงการ และระดับฝ่าย เพื่อร่วมกันบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อย่างทั่วถึง สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างหน่วยงานราชการกับประชาชน

“สำหรับรางวัลที่กรมชลประทานได้รับมานั้น แสดงให้เห็นถึงการดำเนินการขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการบริหารจัดการน้ำของไทย ทั้งในภาคการเกษตร การอุปโภค-บริโภค ไปจนถึงภาคอุตสาหกรรมของไทย สอดรับกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ที่สามารถส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาพื้นที่ในด้านการจัดการแหล่งน้ำของแต่ละพื้นที่ แต่ละชุมชน ซึ่งภาคประชาชนถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้งานของกรมชลประทานสามารถเดินหน้าไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่งานด้านการชลประทานจำเป็นที่จะต้องมีฟันเฟืองที่สำคัญ นั่นคือบุคลากรและเจ้าหน้าที่ของกรมชลประทานทุกคน ที่ล้วนมีความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ในทุก ๆ ภารกิจที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชน ท้ายที่สุดนี้กรมชลประทานจะขอพัฒนาการทำงานในทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนทางด้านน้ำ แก่ประชาชนชาวไทยทุกคนต่อไป” นายสุชาติ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เติมสุนทรียะแห่งการผ่อนคลาย ด้วยทรีทเมนท์หลากสไตล์ที่ Jara Wellness ตรีสรา รีสอร์ท ภูเก็ต
บทความถัดไป‘ธนกร’ มั่นใจม็อบ น.ศ.ไม่มีเหตุรุนแรง หวั่นพวกผสมโรง แจง ‘บิ๊กตู่’ สั่ง จนท.ดูแล ไม่ได้ขู่ แค่ห่วงเด็ก