หน้าแรก เศรษฐกิจ แอเรียเผยราคา...

แอเรียเผยราคาที่ดินแนวรถไฟฟ้าปรับตามระยะทาง-ผังเมืองกทม.เล็งทบทวนผังเมืองย่านจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า

3.08.16 | 18:17 น.

นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด หรือแอเรีย เปิดเผยว่า แนวโน้มราคาที่ดินรอบสถานีรถไฟฟ้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ยิ่งไกลออกไปราคาจะลดลงตามระยะทาง เฉลี่ยตร.ม.ละ 50 บาท ที่ดินรอบสถานีรถไฟฟ้ายังคงมีราคาที่ดินที่ให้ผลตอบแทนสูงประมาณ 10% สำหรับราคาที่ดินตามแนวบีทีเอสในปี 2559 เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3% ตามภาวะเศรษฐกิจ โดยที่ดินที่มีแนวโน้มราคาเพิ่มขึ้นสูงสุดคือ ย่านใจกลางเมืองเพิ่มขึ้น 175% จากสมัยที่ยังไม่มีการเดินรถไฟฟ้า อาทิ สยาม สุขุมวิท สีลม ในขณะที่บางเส้นยังเพิ่มขึ้นไม่มากนัก เนื่องจากอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ในรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ อาทิ สะพานใหม่ คูคต รถไฟฟ้าสายสีแดงบริเวณคลองหลวง เป็นต้น นอกจากนี้แล้ว ราคาที่ดินในบางที่ไม่มีการปรับราคาขึ้น เนื่องจากมีจุดบอดเกี่ยวกับการเดินรถ อาทิ ตลิ่งชัน บางซ่อน บางบำหรุ ในขณะที่ราคาที่ดินตามแนวเอ็มอาร์ทีในปี 2559 เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3.9% โดยเฉพาะใจกลางเมืองย่านพระราม 4 และราคาที่ดินตามแนวแอร์พอร์ตลิงค์ ราคาที่ดินเพิ่มขึ้นไม่มากนัก เนื่องจากมีปัญหาในเรื่องการจัดรูปที่ดิน การเดินทางต่อของผู้โดยสารเมืองลงจากสถานี

นายโสภณกล่าวว่า สำหรับข้อแนะนำเพิ่มเติมที่อยากจะฝากภาครัฐคือ การพัฒนาที่ดินบริเวณจุดเชื่อม และการสร้างเมืองใหม่ ย่านชานเมืองให้เป็นเบสท์ซิตี้ โดยการให้นักพัฒนาที่ดินเข้าไปพัฒนา อาทิ แถบลำลูกกา บางขุนเทียน บางปะกง นครชัยศรี และควรจะเก็บภาษีจากผลตอบแทนอสังหาริมทรัพย์ หรือแคปปิตอลเกณฑ์ เพื่อนำเงินที่ได้มาสร้างรถไฟฟ้า ซึ่งเป็นคนละส่วนกับภาษีที่เก็บจากประชาชนทั้งประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและทำให้ดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น

นายวันชัย ถนอมศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ผังเมืองหลักๆ จะประกอบด้วย ผังการใช้ประโยชน์จากที่ดิน ผังการคมนาคม ผังเพื่อการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ และผังพื้นที่โล่ง สิ่งแวดล้อม การระบายน้ำ สำหรับส่วนที่จะพูดถึงคือผังการคมนาคมที่เกี่ยวข้องกับระบบราง เมื่อมีรถไฟฟ้าเกิดขึ้น แนวโน้มการพัฒนาก็จะเกิดจากรถไฟฟ้าเป็นตัวนำ สำนักผังเมืองจะเข้าไปพัฒนาในพื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้าในระยะ 500 เมตร แต่ สิ่งที่จะต้องพิจารณาคือ จะต้องเพิ่มคือการเพิ่มพื้นที่วงแหวนจาก 500 เมตรเป็น 1 กิโลเมตรหรือไม่ รวมถึงพิจารณาว่าควรจะเป็นสถานีรถไฟฟ้าขนาดใหญ่ หรือสถานีที่มีจุดเชื่อมต่อ

นายวันชัยกล่าวว่า เมื่อมีขนส่งระบบรางเกิดขึ้น สำนักผังเมืองจึงต้องมีการทบทวนพื้นที่วงแหวนว่าจะมีแผนรองรับ เพื่อจะจัดการในเชิงสาธารณูปโภค สาธารณูปการได้อย่างไร อาทิ ย่านพหลโยธิน มีขนาดพื้นที่ 2,325 ไร่ ถ้านับแค่บางพื้นที่พบว่ามีสถานีรถไฟฟ้าติดกันถึง 6 สถานี และมีประชาชนผู้อาศัยกระจุกตัวอยู่ 100,000 คน ซึ่งอาจจะทำให้เกิดจราจรติดขัด เนื่องจากมีขนส่งหลายประเภทมาอยู่รวมกัน จึงต้องมีกระบวนการพัฒนาว่าจะพัฒนาที่ดินรอบรถไฟฟ้า อาทิ การโอนสิทธิที่ดิน การจัดรูปที่ดิน เพื่อป้องกันที่ดินตาบอดที่อาจจะเกิดการเวนคืนที่ดินของรัฐ และจัดรูปที่ดินเพื่อทำถนนทุกแปลงให้มีความกว้างประมาณ 9 เมตร หรือ 12 เมตร เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรและทำให้เกิดประสิทธิภาพการใช้ถนนอย่างสูงสุด