‘แบงก์ชาติ’ ดูแลสถาบันการเงินใกล้ชิด สกัดฟอกเงิน-สนับสนุนก่อการร้าย

‘แบงก์ชาติ’ ดูแลสถาบันการเงินใกล้ชิด สกัดฟอกเงิน-สนับสนุนก่อการร้าย ย้ำพบธุรกรรมน่าสงสัยต้องรายงานปปง. ส่วนปมเอกสาร FinCEN พบ 4 แบงก์ไทย น่าสงสัย ชี้ยังต้องรอตรวจสอบ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยืนยันว่า ได้กำกับดูแลและตรวจสอบสถาบันการเงินให้มีกระบวนการป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย รวมถึงการสนับสนุนทางการเงินแก่การแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (AML/CPTF) ตั้งแต่ขั้นตอนการทำความรู้จักตัวตนลูกค้า (KYC/CDD)

รวมไปถึงการตรวจสอบและการรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กำหนดอย่างเคร่งครัด โดย ธปท. และ ปปง. ประสานงานกันเพื่อกำกับดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด

นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน 1 ธปท. กล่าวว่า เมื่อสถาบันการเงินพบธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยตามหลักเกณฑ์ที่ ปปง. กำหนด ก็มีหน้าที่ต้องรายงานต่อ ปปง. ซึ่งเรียกว่ารายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย (Suspicious Transaction Report: STR) ซึ่ง ปปง. จะนำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์และตรวจสอบ เพื่อดูว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือไม่

ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าทุกธุรกรรมที่ถูกรายงานใน STR จะเป็นธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายเสมอไป จึงต้องตรวจสอบก่อนที่จะสรุปได้ว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่

การออกมาให้ความเห็นของ ธปท. ครั้งนี้ สืบเนื่องจาก การรายงานข่าวของสมาคมผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ (ICIJ) ที่เผยแพร่เอกสารลับของเครือข่ายสืบสวนอาชญากรรมทางการเงินสหรัฐ (FinCEN) ที่ระบุว่า ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งทั่วโลกได้ปล่อยให้มีการโยกย้ายเงินผิดกฎหมายจำนวนมากเป็นเวลานานเกือบ 20 ปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และในจำนวนนี้พบ ธนาคารจากประเทศไทย รวม 4 แห่ง อาจมีกิจกรรมที่น่าสงสัยรวมเป็นมูลค่ากว่า 41.3 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,239 ล้านบาท

นายจาตุรงค์ กล่าวว่า กรณีที่มีข่าวสถาบันการเงินของไทย 4 แห่ง มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมการโอนเงินที่น่าสงสัย โดยใช้ข้อมูลจากรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยที่รั่วไหลจากหน่วยงาน FinCEN นั้น ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่สถาบันการเงินภายใต้กฎหมายของสหรัฐอเมริกามีหน้าที่ต้องรายงานธุรกรรมที่น่าสงสัยต่อ FinCEN เป็นปกติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดอยู่แล้ว และไม่ได้หมายความว่าธุรกรรมที่ถูกรายงานจะเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายเสมอไป แต่เนื่องจากข้อกล่าวหาที่เป็นข่าวอยู่นั้น ไม่ได้มาจาก FinCEN หรือหน่วยงานทางการใดๆ เรื่องนี้จึงขอให้รอการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เผยคลิป ลูกค้าอาละวาด กวาดไวน์แตกยับ หลังพนักงานบังคับใช้มาตรการป้องกันโควิด
บทความถัดไป“โรม”ถาม อ้างรธน.ผ่านประชามติกันแบบไหน ทำไมตัวเองถูกจับเพราะรณรงค์โหวตคว่ำ