นางสาวมณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea (ประเทศไทย) กล่าวว่า เทคโนโลยีดิจิทัลและโลกออนไลน์เป็นปัจจัยที่ 5 ที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลก โดยประชากรราว 60% ของโลกได้เข้ามาอยู่บนโลกออนไลน์แล้ว ดังนั้น การสร้าง ’Digital Nation’ ให้สอดรับกับ ‘Digitalization’ ที่เกิดขึ้น จึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ เพื่อไม่ให้ความก้าวหน้าของเศรษฐกิจและสังคมทิ้งใครไว้ข้างหลัง Sea เล็งเห็นว่าต้องมุ่งทำให้คนเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างเท่าเทียมขึ้น และทำให้อุตสาหกรรมต่างๆ สามารถบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการทำธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ คล่องตัว และยั่งยืนมากขึ้น ดังนั้น Sea ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Digital Nation ผ่าน 2 แกนหลัก ได้แก่ 1.Digital Economy Acceleration และ 2.Digital Workforce and People Readiness Development
การขับเคลื่อน ‘ประเทศไทย’ สู่ Digital Nation ด้วย ‘Digital Economy Acceleration’ นางสาวมณีรัตน์ กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะยาวของประเทศไทย โดยรายงาน Google and Temasek e-Conomy SEA (2019) ระบุว่ามูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลไทยจะมีมูลค่าถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568 ดังนั้น Sea จึงมุ่งใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มและบริการที่มีในการยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมหลักที่เป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจไทย
ยกตัวอย่างอุตสาหกรรมหลักของประเทศไทย ที่ Sea นำ Digital Platform และ Digital Services เข้าไปพัฒนา ได้แก่ 1.ภาคการเกษตร เช่น การร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดหลักสูตรอบรมยกระดับเกษตรกรไทยเป็นผู้ค้าออนไลน์ ตั้งเป้าอบรมเกษตรกร 1,000 รายตลอดปี 2563 2.ภาคธุรกิจ SMEs เช่น โปรแกรมช่วยเหลือผู้ขายรายใหม่ที่ขาดประสบการณ์ทางด้านอีคอมเมิร์ซ ให้สามารถขยายช่องทางการขายบนโลกออนไลน์ได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมให้ความรู้ แนะนำทักษะพื้นฐาน และการสนับสนุนด้านเงินทุนที่จำเป็นในการทำธุรกิจออนไลน์ และการร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในโครงการ ‘Shopee Seller Support Package’ เพื่อช่วยเหลือ SMEs และผู้ขายที่ธุรกิจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ให้คงศักยภาพในการแข่งขันและสามารถดำเนินธุรกิจได้ 3.ภาคการท่องเที่ยว เช่น การร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่กว่า 30 ล้านคน
ส่วนการขับเคลื่อน ‘คนไทย’ สู่ Digital Nation ด้วย ‘Digital Workforce and People Readiness Development’ นางสาวมณีรัตน์ กล่าวว่า ต้องพัฒนาศักยภาพทรัพยากรบุคคลให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงานยุคดิจิทัล และพัฒนาคนในตลาดที่ Sea เข้าไปดำเนินธุรกิจให้สามารถก้าวทันเทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างเหมาะสม บริษัทฯ จึงจัดทำโครงการที่หลากหลาย ภายใต้ “ยุทธศาสตร์ 10 in 10 initiative” เพื่อพัฒนาคนดิจิทัลผ่าน 2 แนวทางหลัก
1.พัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับการประกอบอาชีพยุคดิจิทัล เพื่อยกระดับศักยภาพและทักษะเฉพาะด้านที่เป็นที่ต้องการในตลาดแรงงาน อาทิ โครงการพัฒนาทักษะด้าน Coding & Data Analytic เช่น ‘Shopee Code League’ การแข่งขันวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมโครงการและรับการฝึกอบรมแล้วกว่า 45,000 คน
โครงการพัฒนาทักษะด้านการตลาดและการจัดการธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อติดอาวุธทักษะให้ผู้ประกอบการชาวไทยพร้อมต่อยอดธุรกิจออนไลน์ รวมถึงโปรแกรมการเรียนรู้จาก การลงมือปฏิบัติจริง (Action Learning Projects) บนความร่วมมือระหว่างซีมันนี่กับ MIT (Massachusetts Institute of Technology) และสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อสร้างทักษะและความชำนาญผ่านการทำงานจริงสำหรับนิสิตหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตจากทั้ง 2 สถาบัน
และโครงการพัฒนาทักษะการพัฒนาเกมและการบริหารจัดการธุรกิจเกมและอีสปอร์ต เช่น การร่วมพัฒนาหลักสูตรร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างๆ พร้อมด้วยโปรแกรมฝึกงาน และการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม เช่น Games and Interactive Media, Game Marketing และ eSports Management
นางสาวมณีรัตน์ กล่าวถึงแนวทางหลังที่สอง คือพัฒนาทักษะดิจิทัล ความรู้ ความเข้าใจ ที่จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล โดยกระจายความรู้และการเข้าถึงทักษะดิจิทัลอย่างทั่วถึงสู่ประชากรในทุกอาชีพ ทุกพื้นที่ และทุกวัย เพื่อส่งเสริมให้คนไทยสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเหมาะสมและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
นางสาวมณีรัตน์ กล่าวว่า ตัวเลข Digital Talent จากยุทธศาสตร์ “10 in 10 Initiative” ในประเทศไทยในเดือนพฤษภาคม 2562 จนถึงปัจจุบัน ได้ฝึกอบรม Digital Talent แล้วกว่า 350,000 คน โดยปีนี้บริษัทฯมุ่งใช้ความเชี่ยวชาญเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรม Digital Content ของประเทศไทย ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยในการนำรายได้เข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศและเพิ่มโอกาสทางอาชีพให้แก่คนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน ทั้งนี้บริษัทได้เปิดตัวโครงการใหม่ ‘Garena Academy’ เป็นโครงการเรือธง ภายใต้คอนเซปต์ประจำปี 2563 ‘Level up your passion’ มุ่งส่งเสริมผู้ที่มีใจรักให้สามารถสร้างอาชีพและรายได้ผ่านโลกเกมและอีสปอร์ตได้ โดยแพลตฟอร์ม www.GarenaAcademy.com เป็นศูนย์กลางข้อมูลความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ตสำหรับคนรุ่นใหม่ ตลอดจนสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในวงกว้าง ทั้งในกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ ผู้ปกครอง และครูอาจารย์ที่มีความใกล้ชิดกับเยาวชน ว่าอาชีพเหล่านี้คืออะไร และต้องเตรียมตัวอย่างไรเพื่อก้าวสู่เส้นทางอาชีพเหล่านี้
นายกฤตย์ พัฒนเตชะ Director, Head of Garena Online (Thailand) Co., Ltd. เผยว่า นับตั้งแต่เปิดแพลตฟอร์มเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เว็บไซต์ www.GarenaAcademy.com มีผู้เข้าชมกว่า 100,000 คน มีคนรุ่นใหม่เข้าไปทำแบบทดสอบ Career Assessment เพื่อค้นหาอาชีพในวงการเกมและอีสปอร์ตที่เหมาะกับตัวเองเป็นจำนวนราว 10,000 คน และยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ นอกจากแพลตฟอร์ม www.GarenaAcademy.com แล้ว การีนายังมีรายการ Talk Show “Garena Academy : Level up your passion” ออกมาเพื่อพาทุกคนไปพูดคุยกับบุคคลที่ประสบความสำเร็จในแต่ละสายอาชีพในวงการเกม อีสปอร์ต ตลอดจนการสร้างออนไลน์คอนเทนต์ ซึ่งสามารถติดตามชมได้ทางเพจเฟซบุ๊ก SeaTH.Official

