นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกรกฎาคม 2559 ทุกรายการปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน หรือครั้งแรกของปีนี้ เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งคลี่คลายทำให้ราคาพืชผลการเกษตรปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อของภาคเกษตรและภาคครัวเรือนในต่างจังหวัดมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับประชาชนคาดหวังรัฐบาลจะเน้นการใช้จ่ายเพื่อการลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมปรับตัวดีขึ้น อยู่ที่ 72.5 จากเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 71.6 ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบัน อยู่ที่ 52.4 จาก 51.7 และดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในอนาคต (ใน 6 เดือนข้างหน้า) อยู่ที่ 80.5 จาก 79.5 เช่นเดียวกับดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ 61.4 จากเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 60.6 ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับโอกาสหางานทำอยู่ที่ 67.4 จาก 66.5 และดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ 88.7 จาก 87.6 ทั้งนี้ คาดว่าสัญญาณการฟื้นตัวของการบริโภคน่าจะค่อยๆปรับตัวดีขึ้นช่วงไตรมาส 3 โดยเฉพาะการที่ภาครัฐเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ เร่งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานช่วงครึ่งปีหลัง จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและนักธุรกิจเพิ่มขึ้นซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวไม่ต่ำกว่า3%
“แม้ว่าสัญญาณเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว สถานการณ์ทางการเมืองมีเสถียรภาพและปรับตัวดีขึ้น แต่ผลสำรวจพบว่าประชาชนยังกังวลเรื่องการลงประชามติอยู่บ้าง ไม่ว่าผลประชามติจะออกมาเป็นอย่างไร รัฐบาลก็ยังมีโรดแมปที่ชัดเจนว่าจะมีการเลือกตั้งปี 2560 หากผลการลงประชามติออกมาว่าคนส่วนใหญ่รับร่างรัฐธรรมนูญ ทิศทางการเมืองจะชัดเจนขึ้นและเป็นไปตามกรอบที่วางไว้ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจดีขึ้น แต่ถ้าผลการลงประชามติออกมาว่าเสียงส่วนใหญ่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ก็จะเข้าสู่กระบวนการทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งอยู่ที่ว่าจะนำรัฐธรรมนูญฉบับไหนมาปรับใช้ ก็จะเป็นสถานการณ์ wait and see ความคึกคักในการลงทุนจะน้อยลงหรือชะลอตัว” นายธนวรรธน์ กล่าว

