หน้าแรก เศรษฐกิจ นบข.สั่งชะลอผ...

นบข.สั่งชะลอผลผลิตข้าวฤดูใหม่ออกสู่ตลาด ให้ธ.ก.ส.รับจำนำยุ้งฉาง รัฐอุดหนุนดอกเบี้ย-ชดเชยค่าฝากให้ ห่วงทำราคาตก ตั้งเป้าพยุงราคาตันละ 1 หมื่นบาท

4.08.16 | 16:07 น.

นางสาวชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้เห็นชอบมาตรการชะลอผลผลิตข้าวฤดูกาลใหม่ปีผลิต 2559/60 ออกสู่ตลาด เพื่อรักษาระดับราคาข้าวให้มีเสถียรภาพ ด้วยการชดเชยดอกเบี้ยเก็บสต๊อกข้าวและสินเชื่อรวบรวมข้าวและชะลอการขายข้าวเปลือก ให้สามารถดูดซับผลผลิตข้าวออกจากตลาดชั่วคราวเป็นเวลา 2-6 เดือน ปริมาณรวม 12.5 ล้านตัน ประกอบด้วยโครงการจำนำยุ้งฉางของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่จะชดเชยค่าฝากเก็บให้เกษตรกรที่เก็บข้าวในยุ้งฉาง ปริมาณเป้าหมาย 2 ล้านตันข้าวเปลือก วงเงิน 3,900 ล้านบาท และมาตรการสนับสนุนให้สถาบันเกษตรกร รวบรวมซื้อข้าว โดยภาครัฐจะชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ยืมให้ 3% เป้าหมาย 2.5 ล้านตันข้าวเปลือก และกระทรวงพาณิชย์สนับสนุนให้โรงสีรับซื้อข้าวจากเกษตรกรและเก็บข้าวไว้ ชดเชยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 3% เป้าหมาย 8 ล้านตันข้าวเปลือก

“ปริมาณข้าวที่จะให้เก็บไว้และชะลอการขายออกไป เกือบถึงครึ่งหนึ่งของผลผลิตข้าวเปลือกนาปี 2559/60 ที่จะออกมาประมาณ 27.7 ล้านตันข้าวเปลือก หากดูดซับผลผลิตได้ตามเป้าหมาย เชื่อว่าจะรักษาระดับราคาข้าวไว้ได้ในช่วงผลผลิตใหม่ออกสู่ตลาดจำนวนมาก ซึ่งจะเริ่มประมาณเดือนพฤศจิกายนนี้ ปัจจุบันราคาข้าวเปลือกเจ้าอยู่ที่ตันละ 9,500-10,000 บาท อย่างไรก็ตาม ราคาข้าวนาปีผลผลิตใหม่นี้ควรจะเป็นเท่าไหร่ ยังไม่ได้ตัวเลข กระทรวงพาณิชย์จะหารือเป็นการภายในก่อน และจะเชิญผู้เกี่ยวข้องในวงการข้าว เช่น ผู้ส่งออก โรงสี เกษตรกร มาพูดคุยถึงราคาที่เหมาะสมต่อไป”

นางสาวชุติมา กล่าวถึงการจัดตั้งสถาบันส่งเสริมสินค้าเกษตรนวัตกรรม ตอบโจทย์ประเทศไทย 4.0 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.) รับทราบการจัดตั้งสถาบันฯแล้ว โดยจะจัดตั้งขึ้นภายใต้รูปแบบมูลนิธิที่ไม่แสวงหาผลกำไร ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อผลักดันให้สินค้าเกษตรเป็นสินค้าเกษตรแปรรูปขั้นสูงด้วยนวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้า เริ่มต้นที่ “ข้าว” ทั้งนี้จะทำงานร่วมกันทั้งภาคเกษตร วิชาการ ภาครัฐและเอกชน เริ่มทำงาน 1 ตุลาคมนี้ และได้ของบประมาณบริหารงาน 750 ล้านบาท ใน 5 ปีแรก ตั้งเป้าดำเนินงานปีแรกจะสามารถสร้างสินค้านวัตกรรมเกษตรใหม่ๆได้ 2 รายการเป็นอย่างน้อย ภายใน 5 ปี สร้างมูลค่าสินค้านวัตกรรมเกษตรได้ 20,000 ล้านบาท