หน้าแรก เศรษฐกิจ ผู้ว่าการนิคม...

ผู้ว่าการนิคมฯพานักลงทุนลุยเขตเศรษฐกิจพิเศษ จ.สระแก้ว มีสนใจจองพื้นที่แล้ว เครือเอสซีจี-สหพันธ์รถบรรทุกฯเล็งผุดโลจิสติก พาร์ค ฐานกระจายสินค้าภาคตะวันออกสู่ประเทศเพื่อนบ้าน

4.08.16 | 16:50 น.

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.) ได้พานักลงทุนกว่า 100 รายลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการนิคมอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม เปิดเผยว่า มีผู้ประกอบการสนใจติดต่อจองพื้นที่แล้วกว่า 30 ราย หรือประมาณ 80 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด 660 ไร่ คาดว่าอีกประมาณ 3 ปีจะสามารถเช่าพื้นที่ได้หมด โดยตัวโครงการจะเริ่มต้นให้มีการก่อสร้างภายในปี 2560 มูลค่าก่อสร้างกว่า 1,000 ล้านบาท และเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2561 วางเป้าหมายอุตสาหกรรมที่ต้องการให้มาลงในพื้นที่ อาทิ โลจิสติกส์และบริการ สินค้าเกษตรแปรรูป พลาสติก สิ่งทอเครื่องนุ่มห่ม ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ กิจการเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว

“ตอนนี้มีบริษัทในเครือเอสซีจี ต้องการจะเข้ามาลงทุนสร้างศูนย์กระจายสินค้า หรือโลจิสติก พาร์ค ใช้พื้นที่กว่า 40 ไร่ โดยมองว่าการเข้ามาลงทุนในพื้นที่นี้เป็นโอกาสที่ดี เพื่อจะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันกับประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามในการส่งสินค้าเข้าไปยังประเทศกัมพูชา เพราะว่าเป็นพื้นที่ที่ใกล้ชายแดนมากกว่า ช่วยลดต้นทุนการขนส่งได้อย่างดี”

นายยู เจียรยืนยงพงศ์ ประธานสหพันธ์รถบรรทุกแห่งอาเซียน นักธุรกิจที่ร่วมลงพื้นที่นิคมฯสระแก้ว กล่าวว่า มีความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมโลจิสติก์ เพื่อเป็นฐานสำหรับกระจายสินค้าในพื้นที่ภาคตะวันออกและประเทศเพื่อนบ้าน เบื้องต้นได้เตรียมงบประมาณลงทุน 30 ล้านบาท เน้นลงทุนด้านไอทีและศูนย์รับข้อมูลรถบรรทุกที่ขนส่งสินค้าในพื้นที่ใกล้เคียงว่าอยู่ตำแหน่งใด เพื่อที่จะติดตามการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้จะลงทุนก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้าเพื่อจัดเก็บวัตถุดิบก่อนส่งมอบไปยังลูกค้า

“การลงทุนดังกล่าวจะเกิดขึ้นต่อเมื่อมีโรงงานตั้งภายในนิคมอุตสาหกรรมสระแก้วแล้ว คาดว่าจะมีการลงทุนเต็มพื้นที่ 660 ไร่ ตามที่ กนอ. เตรียมไว้ เมื่อมีการตั้งโรงงานและมีความต้องการจัดส่งสินค้า ทางบริษัทก็จะเข้าไปให้บริการแก่ลูกค้าภายในนิคมฯ”

นายยูกล่าวว่า การตั้งศูนย์กระจายสินค้ามีความสำคัญในพื้นที่สระแก้วมาก เพราะมีผู้ประกอบการรายเล็กในไทยและกัมพูชาที่ต้องการวัตถุดิบในจำนวนที่ไม่มาก ดังนั้นบริษัทจะเป็นผู้บริหารจัดการ ยกตัวอย่างบริษัทรายใหญ่ อาทิ เอสซีจี หรือปตท.ที่ผลิตเม็ดพลาสติกและส่งขายจำนวนมาก บริษัทจะเป็นเอาท์ซอร์สทำหน้าที่สต็อกสินค้าส่วนนั้นให้ และส่งตามความต้องการของรายเล็ก บางรายต้องการเพียง 3-5 ตันต่อวันเท่านั้น

Advertisement

รายงานข่าวจากผู้ประกอบการในพื้นที่ จ.สระแก้ว แจ้งว่า ต้องการให้รัฐบาลขยายเส้นทางขนส่งระหว่างสองประเทศเพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า ควรประสานกันว่า เส้นทางผ่านแดนที่เป็นเส้นทางหลักคือเส้นใด ขณะเดียวกันรัฐควรให้ความสำคัญกับความต้องการของกัมพูชา เพราะสินค้าต้องไทยต้องส่งเข้าไปขายในกัมพูชา