หน้าแรก เศรษฐกิจ ร้านกาแฟเซ็ง!...

ร้านกาแฟเซ็ง! ‘เนสกาแฟ’ เผยคนไทยหันซดกาแฟอยู่บ้าน

28.09.20 | 16:24 น.

‘เนสกาแฟ’ อวดยอดขาย 8 เดือนแรกโตเกินคาด หลังแนวโน้มกาแฟดื่มในบ้านพุ่ง 10.7%

นางสาวนาริฐา วิบูลยเสข ผู้จัดการธุรกิจกาแฟปรุงสำเร็จ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2563 บริษัทฯประเมินมูลค่าภาพรวมตลาดกาแฟอยู่ที่ 60,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากส่วนตลาดกาแฟดื่มในบ้านอยู่ที่ 33,000 ล้านบาท ส่วนอีก 27,000 ล้านบาท เป็นตลาดกาแฟดื่มนอกบ้าน โดยในช่วง 8 เดือนแรกที่ผ่านมา (มกราคม-สิงหาคม) ยอดขายสินค้าของบริษัทฯ ถือว่าเติบโตได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากยอดขายกลุ่มสินค้ากาแฟดื่มในบ้าน เติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 10.7% นับตั้งแต่ช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา หรือตั้งแต่เดือนกันยายน 2562 ถึงเดือนสิงหาคม 2563 แม้ว่าจะมีผลกระทบจากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ตลาดกาแฟดื่มนอกบ้าน ยอดขายหดตัวลดลงประมาณ 30-40% โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดการล็อกดาวน์ ยอดขายลดลงมากถึง 50% แต่ในส่วนของตลาดดื่มกาแฟในบ้าน ไม่ได้รับผลกระทบในส่วนนี้ เพราะยังเห็นยอดขายที่เติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเมื่อมีผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ ลาเต้ออกมา ก็เห็นลูกค้าที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ อายุไม่เกิน 29 ปี เข้ามาบริโภคกาแฟลาเต้เพิ่มขึ้น จากเดิมสัดส่วนเป็นเลขตัวเดียว แต่ขณะนี้เปลี่ยนเป็นเลข 2 หลัก

นางสาวนาริฐากล่าวว่า นอกจากนี้ บริษัทฯยังเดินหน้าสู่ความยั่งยืน ผ่าน 2 กลยุทธ์ คือ การเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เนสกาแฟให้ครบทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สามารถนำไปรีไซเคิลได้ 100% โดยได้ร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตฟิล์มลามิเนตชั้นนำ ร่วมกับทีมวิจัยและทีมวิศกรจากสวิตเซอร์แลนด์และสิงคโปร์ ในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ต้นแบบที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% และมาพร้อมคุณสมบัติในการกักเก็บรสชาติ กลิ่น และความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์ที่บรรจุอยู่ในซองจนถึงมือผู้บริโภค โดยตั้งเป้าที่จะใช้บรรจุภัณฑ์ของสินค้าที่สามารถรีไซเคิลได้ทั้งหมดภายในปี 2565 ตอกย้ำการเป็นผู้นำนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์แห่งความยั่งยืน ขานรับพันธกิจเนสท์เล่ระดับโลกในการสร้างสรรค์อนาคตปลอดขยะ ผ่านแคมเปญเนสกาแฟ เดย์ 2020 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เชื่อมทุกความผูกพัน ชงเพื่อความยั่งยืน” ส่วนสินค้าที่ยังไม่สามารถรีไซเคิลได้ทั้งหมด จะนำไปออกแบบและพัฒนาให้เป็นสิ่งของที่สามารถใช้งานได้ อาทิ โต๊ะอาหาร เก้าอี้ต่างๆ

“ในแต่ละนาทีมีคนไทยดื่มเนสกาแฟมากถึง 20,000 แก้ว หรือคิดเป็น 300 แก้วต่อวินาที บริษัทฯจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการขยะอย่างยั่งยืนเป็นอันดับแรก โดยนำร่องบรรจุภัณฑ์รีไซเคิลได้ 100% จากกลุ่มผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู และกลุ่มผลิตภัณฑ์เนสกาแฟพร้อมดื่ม ก่อนจะขยายไปยังกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ ต่อไป ซึ่งการปรับเปลี่ยนตามแนวคิดดังกล่าว ก่อให้เกิดต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่บริษัทฯสามารถบริหารจัดการได้ดี จึงยืนยันว่าจะไม่มีการปรับราคาสินค้าขึ้นอย่างแน่นอน” นางสาวนาริฐากล่าว

Advertisement