เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ จ.อุดรธานี ในงานคลังสัญจร นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ประเมินว่าไตรมาส 2 ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จะขยายตัวได้ 3.4% จากไตรมาสแรกโต 3.2% คาดว่าทั้งปีจะโต 3.3% โดยปัจจัยที่ขับเคลื่อนหลัก คือ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ที่จะลงทุนมากในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ และหากเอกชนพร้อมใจกันลงทุนควบคู่ไปด้วย เชื่อแน่ว่า จีดีพีของเราจะสามารถโตได้เกิน 4% อย่างแน่นอน
“รัฐบาลได้วางระบบเศรษฐกิจเพื่อให้มีการเติบโตได้ แม้ภาคเอกชนยังไม่เชื่อมั่นในการลงทุน เศรษฐกิจก็จะโตได้เกิน 3% อยู่แล้ว แต่หากเอกชนลงทุน เศรษฐกิจจะโตได้เกิน 4% แน่นอน เพราะขนาดการลงทุนของเอกชนนั้น มีขนาดใหญ่กว่าภาครัฐมาก และถ้าเอกชนเชื่อวัฏจักรของเศรษฐกิจที่ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และในระยะ 2-3 ปีเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ดี เอกชนก็น่าจะพร้อมลงทุน” นายอภิศักดิ์ กล่าว
นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจัยการลงทุนเอกชนคือการเมืองไม่นิ่ง และความต้องการบริโภคที่เอกชนกังวลว่ายังไม่ฟื้น ซึ่งการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญวันที่ 7 สิงหาคมนี้ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรจะทำให้เกิดความชัดเจนให้เอกชนตัดสินใจเดินหน้า ถ้าผลการลงมติออกมาดีจะหนุนให้เอกชนตัดสินใจชัดเจนขึ้นในเรื่องการลงทุน หากเอกชนตัดสินใจลงทุนจะหนุนให้เศรษฐกิจโตเกินกว่า 4% แต่ถ้าผลการลงมติออกมาเป็นลบด้วยสิ่งที่กระทรวงการคลังวางพื้นฐานเศรษฐกิจไว้ จะยังทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เกิน 3% ซึ่งการพูดอย่างนี้ยืนยันว่าไม่ใช่การชี้นำ

