‘พุทธิพงษ์’ ขีดเส้นเอ็ตด้า ออกคู่มือป้องภัยคุกคามไซเบอร์ภายในสัปดาห์หน้า

7.10.20 | 19:54 น.

‘พุทธิพงษ์’ ขีดเส้นเอ็ตด้า ออกคู่มือป้องภัยคุกคามไซเบอร์ภายในสัปดาห์หน้า หวังประชาชนรู้เท่าทันภัยทั่วถึง

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรม การการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ที่มีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ว่าที่ประชุมได้ยกกรณีภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นกับโรงพยาบาลสระบุรีที่ถูกแฮคข้อมูลเรียกค่าไถ่นั้น จากกรณีนี้ตนเองได้รับนโยบายจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พลเอกประวิตร ให้เร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจเรื่องการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล ให้กับพี่น้องประชาชนทราบ เพื่อหาทางป้องกันภัยทางไซเบอร์ในเบื้องต้น โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ

1.ระดับประชาชนทั่วไป ทางกระทรวงดิจิทัลฯ ให้ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ หรือเอ็ตด้า จัดทำหนังสือแนะนำวิธีป้องกันข้อมูลสำคัญส่วนตัวเบื้องต้น ซึ่งจะออกเผยแพร่ให้ประชาชนทราบภายในสัปดาห์หน้า 2.ระดับภาคธุรกิจเอกชนต่างๆ ที่มีความกังวลเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์ แนะนำวิธีป้องกันข้อมูลเบื้องต้น ก่อนที่จะเกิดเหตุ จากนั้นจึงจะให้ไทยเซิร์ต ในฐานะศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ เข้าไปช่วยแนะนำแนวทางปฏิบัติให้ ตามลำดับ และ 3.ระดับองค์กรภาครัฐ องค์กรใหญ่ ซึ่งจำเป็นต้องวางระบบป้องกันข้อมูลก่อน เกิดความเสียหาย

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า เนื่องจากพบว่ามีความพยายามจะแฮคข้อมูลของภาครัฐตลอดเวลา จึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน ที่ต้องหาทางป้องกันรับมือกับเหตุการณ์เหล่านี้เอาไว้ โดยแต่ละหน่วยงานโดยเฉพาะภาครัฐ รวมถึง โรงพยาบาล จำเป็นต้องส่งเจ้าหน้าที่ด้านไอทีที่ดูแลเทคนิคของตัวเอง เข้าอบรมกับไทยเซิร์ต เพื่อให้ทราบถึงการดูแลระบบ รวมถึงวิธีการป้องกันรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ในเบื้องต้นก่อน เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาและป้องกันเหตุไว้ก่อนล่วงหน้า

สำหรับแนวทางปฏิบัติเบื้องต้นในการจัดเก็บข้อมูลสำคัญส่วนตัว และข้อมูลองค์กรควรปฏิบัติดังนี้ 1.จัดทำ หรือทบทวนแนวนโยบายในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของหน่วยงาน 2.สำรองข้อมูลที่สำคัญ 3.ควบคุมการเข้าถึงเครือข่ายสารสนเทศ 4.ประเมินความเสี่ยงด้านระบบสารสนเทศ 5.จัดเก็บบันทึกกิจกรรม ในพื้นที่จัดเก็บส่วนกลางที่มีการควบคุมการเข้าถึงอย่างรัดกุม 6.ทบทวน และยกเลิกบริการที่ไม่จำเป็นบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการ 7.กำหนดเจ้าหน้าที่ประสานงานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ในระดับบริหารกับระดับปฏิบัติการ 8.ให้ความรู้ผู้ใช้งานในหน่วยงาน เกี่ยวกับการป้องกันตนเองจากมัลแวร์เรียกค่าไถ่