หน้าแรก เศรษฐกิจ โควิดไม่ยอมไป...

โควิดไม่ยอมไป โบรกฯประสานเสียงแนะซื้อ “STGT” เหตุดีมาน์ด์ถุงมือยางพุ่งไม่หยุด

19.10.20 | 15:14 น.

นางสาวจริญญา จิโรจน์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายทำผลงานงวดครึ่งปีหลังของปีนี้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากยังได้รับคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ถุงมือยางจากทั่วโลกเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ยังคงมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา, อินเดีย, ทวีปยุโรป ฯลฯ โดยบางประเทศเกิดการแพร่ระบาดรอบที่ 2 (Second Wave) และรอบที่ 3 (Third Wave) ส่งผลให้ถุงมือยางเป็นสินค้าที่มีความต้องการใช้ในทางการแพทย์ตลอดจนภาคธุรกิจและการบริการต่างๆ บริษัทฯ จึงเดินเครื่องจักรเต็มกำลังการผลิตในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมาเพื่อเร่งผลิตและส่งมอบสินค้า ประกอบกับราคาน้ำยางไนไตรล์และน้ำยางข้นซึ่งเป็นต้นทุนวัตถุดิบหลักในการผลิตปรับสูงขึ้น จึงได้ปรับราคาขายเฉลี่ยถุงมือยางในไตรมาส 3 ที่ผ่านมาให้สอดคล้องกับต้นทุนเพื่อรักษาความสามารถการทำกำไรอยู่ในระดับที่เหมาะสม

“เรามั่นใจว่าปีนี้จะเป็นปีที่เราสามารถทำผลการดำเนินงานได้อย่างโดดเด่นนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ ปัจจุบันได้เร่งเดินเครื่องจักรผลิตสินค้าอย่างเต็มที่และให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพสินค้าทุกขั้นตอนการผลิต เพื่อส่งมอบถุงมือยางที่ดีในการปกป้องทุกการสัมผัสแก่ผู้ใช้งาน สอดคล้องกับแนวคิด Touch of Life ปกป้องทุกสัมผัส ด้วยความห่วงใย” นางสาวจริญญา กล่าว

ทั้งนี้ โบรกเกอร์ชั้นนำจากต่างประเทศทยอยออกบทวิเคราะห์หลักทรัพย์อย่างต่อเนื่อง แนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมายหุ้น STGT ไม่ต่ำกว่า 100 บาท โดย CITI ให้ราคาเป้าหมายหุ้นละ 145 บาท Credit Suisse ให้ราคาเป้าหมายหุ้นละ 142 บาท และ CLSA ให้ราคาเป้าหมายหุ้นละ 133 บาท ขณะที่โบรกเกอร์ในประเทศหลายรายปรับราคาประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายอย่างต่อเนื่องพร้อมคาดการณ์แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2563 จะเติบโตอย่างโดดเด่นและมีแนวโน้มที่จะให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดยบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้คำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายหุ้น STGT ที่ 90 บาท คาดว่าจะมีกำไรสุทธิประมาณ 2,700 ล้านบาท เติบโต 158% จากไตรมาสก่อนหน้า และเติบโตถึง 2,500% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน บริษัทหลักทรัพย์เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้คำแนะนำ “ซื้อ” และคาดการณ์ STGT จะมีกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2563 อยู่ที่ 2,356 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 123% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 2,150% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ให้ราคาเป้าหมาย STGT ที่ 109 บาทต่อหุ้น พร้อมคาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 3/2563 จะเพิ่มขึ้นกว่า 200% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน) ให้คำแนะนำ “ซื้อ” และปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2563 เป็น 4,840 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 664% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และปี 2564 อยู่ที่ 7,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.87% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน