‘พิพัฒน์’เชื่อม็อบไม่กระทบเที่ยว เล็งลดกักตัวเหลือ7วัน พร้อมรับต่างชาติ4,000ราย

ตั้งข้อสังเกต!! หลังมีโอกาสสอบถาม ทั่นพิพัฒน์ รัชกิจประการ
พิพัฒน์ รัชกิจประการ

‘พิพัฒน์’เชื่อม็อบไม่กระทบเที่ยว เล็งลดกักตัวเหลือ7วัน พร้อมรับต่างชาติ4,000ราย

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกรณีการชุมนุมแสดงจุดยืนทางการเมืองต่อการท่องเที่ยวไทยว่า ประเทศไทยผ่านการชุมนุมมาแล้วหลายครั้งในอดีต หากนับการชุมนุมใหญ่ผ่านมาแล้ว 3 ครั้ง ในระยะเวลากว่า 28 ปี ทุกครั้งที่มีการชุมนุม จะเป็นการชุมนุมเฉพาะในแต่ละพื้นที่เท่านั้น และไม่ได้มีความรุนแรงเกิดขึ้นมากนัก รวมถึงรัฐบาลสามารถบริหารจัดการได้ในรูปแบบการแยกระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุม และนักท่องเที่ยวต่างชาติออกจากกัน รวมถึงเชื่อว่านักท่องเที่ยวเข้าใจสถานการณ์การเรียกร้องสิทธิทางการเมืองของประเทศได้ดี จึงมองว่าเหตุการณ์ชุมนุมดังกล่าว จะไม่ส่งผลกระทบต่อการเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกที่จะได้รับวีซ่าพิเศษ หรือเอสทีวี ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม-2 พฤศจิกายนนี้ จะเข้ามาในไทยประมาณ 400 คน โดยกลุ่มแรกจะเข้ามาวันที่ 20 ตุลาคมนี้ จำนวน 41 คน และอีก 147 คน จะเข้ามาวันที่ 26 ตุลาคมนี้ ซึ่งทำการยืนยันเรียบร้อยแล้ว แต่ในจำนวนที่เหลือยังไม่ได้รับการยืนยันที่ชัดเจน แต่ยังคาดว่าจากนี้ไปจะมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามา ทั้งกลุ่มที่ 1-2 ส่วนใหญ่พบว่า หลังจากกักตัวครบ 14 วันต้องการจะเดินทางท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ตเป็นลำดับแรก แต่ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลกินเจ จึงไม่สามารถบินตรงไปที่จังหวัดภูเก็ตได้ เนื่องจากมีการจัดงานภายในจังหวัด กระทรวงฯ จึงเลือกให้นักท่องเที่ยวกักตัวภายในกรุงเทพฯก่อน ซึ่งนักท่องเที่ยวมีความพร้อมจะเข้าสู่กระบวนการต่างๆ ในส่วนของข้อเสนอที่มีการขอให้ลดจำนวนวันกักตัวจาก 14 วัน เหลือ 7 วัน มองว่าจะต้องติดตามผลการรับนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกจนถึงวันที่ 2 พฤศจิกายนก่อนว่ามีความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด รวมทั้งดูความพร้อมของกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (ศบค.) ว่ามีความพร้อมหรือไม่

การขอลดวันกักตัว เพื่อให้เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามามากขึ้น เนื่องจากหากเปิดให้เข้ามาและกักตัว 14 วัน ประเมินว่าน่าจะมีต่างชาติเข้ามาไม่เกิน 1,000 ราย แต่หากต้องการเปิดรับต่างชาติ ให้เข้ามาสร้างรายได้ในการพยุงเศรษฐกิจต่อไป มองว่าควรต้องผ่อนคลายมากกว่านี้ โดยเฉพาะหากครบ 14 วันของการกักตัวชุดแรกผ่านไปแล้ว จะทำการยื่นเรื่องเข้าที่ประชุมศบค. เปลี่ยนเป็นการกักตัว 7 วันในห้องพัก และอีก 7 วันกักตัวภายในบริเวณโรงแรมแทน” นายพิพัฒน์กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ความพร้อมของประเทศไทยในขณะนี้ มั่นใจว่ามีความพร้อมเปิดรับนักท่องต่างชาติเข้ามาพร้อมกันไม่ต่ำกว่า 3,000-4,000 ราย เนื่องจากจำนวนห้องของโรงแรมที่ใช้เป็นสถานที่กักตัวของรัฐทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด (เอเอสคิวหรือเอแอลเอสคิว) อาทิ กรุงเทพฯ ชลบุรี บุรีรัมย์ ภูเก็ต และสมุย และอาจมีขยายไปยังเชียงใหม่เพิ่มเติมด้วย ทำให้สามารถรองรับต่างชาติกว่า 4,000 คน โดยเฉพาะในภูเก็ตมีโรงแรมเข้าร่วมเป็นเอแอลเอสคิวแล้วกว่า 9 แห่ง และสมุยอีกกว่า 10 ราย ส่วนในกรุงเทพฯ มีโรงแรมเข้าเป็นเอเอสคิวเกือบ 20 แห่ง โรงแรมเหล่านี้จะใช้ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น ไม่ได้รองรับคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศร่วมด้วย จะแยกกลุ่มกัน เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา จะเป็นผู้กำหนดเองว่า หากเข้ามาแล้วต้องการเข้าพักในโรงแรมเอเอสคิวหรือเอแอลเอสคิวใด การใช้จ่ายในส่วนต่างๆ นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเป็นผู้ชำระเองทั้งหมด ส่วนใหญ่เลือกพักโรงแรมระดับ 5 ดาวจึงใช้จ่ายค่อนข้างมาก

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนของนักท่องเที่ยวกลุ่มต่อไป คาดว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวจากยุโรป สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และจีน โดยมีการแจ้งความประสงค์เบื้องต้นว่า ต้องการเดินทางไปที่ชลบุรี ภูเก็ต พังงา และกระบี่ โดยหลังจากนี้จะมีการพูดคุยกับจังหวัดดังกล่าว ให้เข้าร่วมโครงการเอเอสคิวและเอแอลเอสคิว เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น นอกจากนี้ ยังประเมินตัวเลขนักท่องเที่ยวปี 2564 คาดว่าจะมีต่างชาติเดินทางเข้ามาประมาณ 5-10 ล้านคน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ใบพัด ศรีราชา สุดเสียดายพลาดร่วงคัดเลือก ศึกสอยคิวชิงแชมป์ ปทท.
บทความถัดไปทีมกำปั้น4เหล่าทัพตบเท้ามากันพรึ่บ ห้ามนักชกโอลิมปิกต่อยชิงแชมป์ประเทศไทย