ส.อ.ท.จี้รบ.จริงใจดับไฟม็อบ หมดยุคการเมืองอนาล็อก

ส.อ.ท.จี้รบ.จริงใจดับไฟม็อบ หมดยุคการเมืองอนาล็อก ยอมรับสถานการณ์กระทบใช้จ่ายหยุดยาว

คอฟฟี่เบรกประจำวันเสาร์ที่ 18 เมษายน 2563 : ขอเวลาแป๊บ
เกรียงไกร เธียรนุกุล

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวถึงข้อเสนอแนะแก้วิกฤตการเมืองว่า ส่วนตัวรัฐบาลต้องแสดงความจริงใจ ต้องกล้าตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างเลี่ยงไม่ได้ จากข้อเสนอของผู้ชุมนุมเรื่องที่สามารถทำได้ทันทีคือ การแก้รัฐธรรมนูญ ล่าสุดนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร มีท่าทีตอบรับแล้ว จึงอยู่ที่สว.และส.ส.ว่าจะแสดงความจริงใจแค่ไหน จะใช้กฎหมายเป็นข้ออ้าง จะเตะถ่วงหรือไม่ จะมีเลห์เหลี่ยมทางการเมืองหรือไม่ เพราะวิกฤตครั้งนี้จะซ้ำเติมภาคเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัวจากปัญหาที่เกิดก่อนหน้า ทั้งการระบาดของโควิด-19 และเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวก่อนหน้า

ตอนนี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องทำให้เกิดนิวนอร์มอลทางการเมือง ต้องตัดสินใจว่าจะเร่งดับไฟที่กำลังจุดติด หรือจะถือสายยางแล้วต่อรองกันไปมา เรียกร้องประโยชน์ตัวเอง เมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วจึงฉีดน้ำใส่ไฟที่ลุกโชนแล้ว แบบนี้ไม่เป็นประโยชน์กับประเทศแน่นอน“นายเกรียงไกรกล่าว

นายเกรียงไกร กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้น การเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมที่เป็นคนรุ่นใหม่ เป็นเด็ก การใช้สื่อต่างๆ แสดงให้เห็นถึงผลของดิจิทัล ดิสรัปชั่น ที่เป็นปรากฎการณ์มาระยะหนึ่งแล้ว ในภาคเอกชนทราบดี ต่างปรับตัว ในส่วนของการเมืองก็ไม่มีข้อยกเว้นเช่นกัน ขณะนี้จึงเรียกได้เต็มปากว่า เป็นการดิสรัปการเมืองอย่างแท้จริง หากรัฐบาลจึงเดินหน้าการเมืองระบบอนาล็อก การเมืองแบบเเก่าๆ ใช้วิธีเดิมๆ เน้นชิงไหวชิงพริบ ใช้ข้ออ้างต่างๆ จะไม่ทันการแน่อน

“หากประเทศไทยเข้าสู่กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขั้นตอนต่อไปคือ นายกรัฐมนตรีลาออก มีการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ สิ่งเหล่านี้จะสะท้อนความเป็นประชาธิปไตย ส่วนเวลานั้นใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี ใครจะเป็นรัฐบาล ก็เป็นเรื่องที่ต้องติดตาม เป็นเรื่องอนาคต”นายเกรียงไกรกล่าว

นายเกรียงไกร กล่าวว่า ทั้งนี้จากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ยอมรับส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชน อารมณ์ในการจับจ่ายใช้สอย โดยเฉพาะเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาแล้วหลายด้าน เป็นเดือนที่มีความหยุดยาวหลายช่วง หากสถานการณ์ยืดเยื้อประชาชนจะไม่อยากใช้จ่าย หรือหากอยากใช้จ่ายก็อาจไม่ได้รับความสะดวกเพราะการเดินทางไม่คล่องตัวจากการปิดระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งเป็นเรื่องที่โทษกันไปมาอีกว่าผู้ชุมนุมปิด หรือระบบขนส่งปิดเอง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้แบบนี้ก็มี! ช้อปออนไลน์ 10.10 จากแอพพ์ดัง แต่ได้กล่องเปล่าแนบข้อความ ‘ยินดีโอนเงินคืน’
บทความถัดไปตั้งองค์กฐินปฏิบัติธรรมสร้างสันติภาพสู่สันติสุขทั่วไทยน้อมถวาย ร.9