“เงินบาทแข็งค่า ขณะที่ ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวช่วงปลายสัปดาห์หลังจาก BOE ผ่อนคลายนโยบายการเงิน”
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 1 ปีที่ 34.72 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนจะลดช่วงบวกลงบางส่วน โดยเงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นในช่วงแรกตามกระแสเงินทุนไหลเข้า ก่อนจะพลิกกลับมาอ่อนค่าลงในช่วงกลางสัปดาห์ หลังจากกนง. ส่งสัญญาณสะท้อนความกังวลต่อการแข็งค่าของเงินบาท ประกอบกับเงินดอลลาร์ฯ มีปัจจัยบวกจากตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐฯ ที่ออกมาสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ อย่างไรก็ดี เงินบาทแข็งค่ากลับมาอีกครั้งช่วงปลายสัปดาห์ สอดคล้องกับแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยง หลังจากที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ประกาศผ่อนคลายนโยบายการเงิน ด้วยการลดดอกเบี้ยและเพิ่มวงเงินสำหรับโครงการซื้อสินทรัพย์ ซึ่งเป็นการดำเนินการที่มากกว่าที่ตลาดคาด
สำหรับในวันศุกร์ (5 ส.ค.) เงินบาทอยู่ที่ 34.81 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 34.82 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ (29 ก.ค.)
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (8-11 ส.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 34.70-35.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยอาจต้องติดตามสถานการณ์ของตลาดในช่วงต้นสัปดาห์ หลังรับรู้ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ และผลการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญของไทย ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ประกอบด้วย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือนส.ค. ยอดค้าปลีก ดัชนีราคาผู้ผลิต และดัชนีราคานำเข้า/ส่งออกเดือนก.ค. และสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ-ภาคค้าส่งเดือนมิ.ย. นอกจากนี้ นักลงทุนอาจมีจุดสนใจเพิ่มเติมที่ตัวเลขเศรษฐกิจเดือนก.ค. ของจีนด้วยเช่นกัน
ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวช่วงปลายสัปดาห์ จากแรงหนุนของการดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายรอบใหม่ของธนาคารกลางอังกฤษ โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,518.69 จุด ลดลง 0.35% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 8.08% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 55,882.68 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 581.96 จุด ลดลง 1.25% จากสัปดาห์ก่อน
ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงในช่วงต้นสัปดาห์จากแรงขายทำกำไรในหุ้นขนาดใหญ่ ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์ หลังธนาคารอังกฤษ (BOE) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย พร้อมๆ กับประกาศเพิ่มวงเงินสำหรับโครงการซื้อสินทรัพย์ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันโลกที่ฟื้นตัวขึ้น ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนการฟื้นตัวของหุ้นไทย
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (8-11 ส.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,500 แลt 1,475 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,530 และ 1,550 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ ผลการลงประชามติรัฐธรรมนูญของไทย ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และยอดการขอสินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญ คงได้แก่ ข้อมูลภาคการผลิตของจีน รวมทั้งคำสั่งซื้อเครื่องจักรของญี่ปุ่น

