ยอดขายรถเริ่มดีวันดีคืน อีซูซุยังแรงพุ่งพรวด59.7%

ยอดขายรถเริ่มดีวันดีคืน อีซูซุยังแรงพุ่งพรวด59.7%

ยอดขายรถเริ่มดีวันดีคืน
อีซูซุยังแรงพุ่งพรวด59.7%

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์ประจำเดือนกันยายน 2563 มียอดขายรวม 77,943 คัน ลดลง 3.5% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 29,245 คัน ลดลง 22.7% รถเพื่อการพาณิชย์ 48,698 คัน เพิ่มขึ้น 13.5% ขณะที่รถกระบะขนาด 1 ตัน มีจำนวน 38,196 คัน เพิ่มขึ้น 11.6% เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และเห็นได้ว่ายอดขายโดยรวมของเดือนกันยายนปรับตัวดีขึ้น เป็นผลจากการที่รัฐบาลได้ดำเนินการผ่อนคลายให้ธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินการได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา ประกอบกับภาครัฐออกมาตรการเยียวยา และกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ธุรกิจต่างๆ เริ่มกลับมาฟื้นตัว อาทิ ธุรกิจด้านการขนส่ง (Logistic) และการส่งออกสินค้าเกษตร ส่งผลในเชิงบวกให้กับตลาดรถยนต์ ส่วนตลาดรถยนต์สะสม 9 เดือน มีปริมาณการขาย 534,765 คัน ลดลง 29.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 38.2% ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 24.2% เป็นผลกระทบมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19

นายสุรศักดิ์กล่าวว่า สำหรับเดือนกันยายนนี้ จากการที่ภาครัฐออกมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจในด้านต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และผู้บริโภคให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้เช่นกัน นอกจากนี้ในด้านของตลาดรถยนต์ บรรดาค่ายรถยนต์ต่างพยายามกระตุ้นการตัดสินใจซื้อรถของผู้บริโภค โดยการออกกลยุทธ์และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย อาทิ การจัดกิจกรรมโรดโชว์ตามห้างสรรพสินค้า รวมถึงการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ รุ่นตกแต่งพิเศษเพื่อดึงดูดความสนใจ และสร้างสีสันให้กับตลาดรถยนต์ ส่งผลให้ตลาดรถยนต์ในเดือนกันยายนมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ยอดขายรถเริ่มดีวันดีคืน อีซูซุยังแรงพุ่งพรวด59.7%

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนกันยายน 2563 ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 77,943 คัน ลดลง 3.5% อันดับที่ 1 โตโยต้า 23,757 คัน ลดลง 3.6% ส่วนแบ่งตลาด 30.5% อันดับที่ 2 อีซูซุ 15,438 คัน เพิ่มขึ้น 44.8% ส่วนแบ่งตลาด 19.8% อันดับที่ 3 ฮอนด้า 9,077 คัน ลดลง 12.4% ส่วนแบ่งตลาด 11.6%

ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 29,245 คัน ลดลง 22.7% อันดับที่ 1 ฮอนด้า 7,598 คัน ลดลง 8.4% ส่วนแบ่งตลาด 26.0% อันดับที่ 2 โตโยต้า 5,430 คัน ลดลง 44.0% ส่วนแบ่งตลาด 18.6% อันดับที่ 3 นิสสัน 2,240 คัน ลดลง 16.7% ส่วนแบ่งตลาด 7.7%

ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 48,698 คัน เพิ่มขึ้น 13.5% อันดับที่ 1 โตโยต้า 18,327 คัน เพิ่มขึ้น 22.5% ส่วนแบ่งตลาด 37.6% อันดับที่ 2 อีซูซุ 15,438 คัน เพิ่มขึ้น 44.8% ส่วนแบ่งตลาด 31.7% อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 3,124 คัน ลดลง 22.5% ส่วนแบ่งตลาด 6.4%

ตลาดรถกระบะ ปริมาณการขาย 34,293 คัน เพิ่มขึ้น 15.7% อันดับที่ 1 อีซูซุ 13,875 คัน เพิ่มขึ้น 59.7% ส่วนแบ่งตลาด 40.5% อันดับที่ 2 โตโยต้า 13,185 คัน เพิ่มขึ้น 13.0% ส่วนแบ่งตลาด 38.4% อันดับที่ 3 ฟอร์ด 2,331 คัน ลดลง 24.5% ส่วนแบ่งตลาด 6.8%

ตลาดรถกระบะดัดแปลง หรือพีพีวี 3,903 คัน โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ 2,147 คัน มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต 959 คัน ฟอร์ด เอเวอเรสต์ 514 คัน อีซูซุ มิวเอ็กซ์ 268 คัน เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ 14 คัน และนิสสัน เทอร์รา 1 คัน

ส่วนสถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม-กันยายน 2563 ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 534,765 คัน ลดลง 29.8% อันดับที่ 1 โตโยต้า 157,131 คัน ลดลง 36.9% ส่วนแบ่งตลาด 29.4% อันดับที่ 2 อีซูซุ 123,526 คัน ลดลง 1.9% ส่วนแบ่งตลาด 23.1% อันดับที่ 3 ฮอนด้า 65,047 คัน ลดลง 33.4% ส่วนแบ่งตลาด 12.2%

ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 188,761 คัน ลดลง 38.2% อันดับที่ 1 ฮอนด้า 54,432 คัน ลดลง 27.2% ส่วนแบ่งตลาด 28.8% อันดับที่ 2 โตโยต้า 45,676 คัน ลดลง 48.5% ส่วนแบ่งตลาด 24.2% อันดับที่ 3 นิสสัน 19,349 คัน ลดลง 30.6% ส่วนแบ่งตลาด 10.3%

ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 346,004 คัน ลดลง 24.2% อันดับที่ 1 อีซูซุ 123,526 คัน ลดลง 1.9% ส่วนแบ่งตลาด 35.7% อันดับที่ 2 โตโยต้า 111,455 คัน ลดลง 30.5% ส่วนแบ่งตลาด 32.2% อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 24,829 คัน ลดลง 33.4% ส่วนแบ่งตลาด 7.2%

ตลาดรถกระบะ ปริมาณการขาย 246,728 คัน ลดลง 23.6% อันดับที่ 1 อีซูซุ 110,158 คัน เพิ่มขึ้น 2.9% ส่วนแบ่งตลาด 44.6% อันดับที่ 2 โตโยต้า 84,101 คัน ลดลง 31.5% ส่วนแบ่งตลาด 34.1% อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 18,259 คัน ลดลง 32.2% ส่วนแบ่งตลาด 7.4%

ตลาดรถกระบะดัดแปลง โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ 11,484 คัน มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต 6,570 คัน อีซูซุ มิวเอ็กซ์ 4,155 คัน ฟอร์ด เอเวอเรสต์ 3,570 คัน นิสสัน เทอร์รา 1,174 คัน และเชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ 666 คัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กรมพลศึกษา ร่วมกับ สมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย ร่วมลงนาม MOU มุ่งพัฒนาศักยภาพนักกีฬาว่ายน้ำสู่ระดับนานาชาติ
บทความถัดไปตร.สอบแล้ว 91 พยาน ท่อก๊าซบึ้ม ผู้ว่าแปดริ้ว ขอแปลนแนวท่อปตท.