สรท.วอนรบ.-ธปท.ดูแลค่าเงิน หวั่นการเมืองทำไทยเสียโอกาสศก.โตสวนทางโลก

สรท.วอนรบ.-ธปท.ดูแลค่าเงิน หวั่นการเมืองไทยเสียโอกาสศก.โตสวนทางโลก ชมคุมโควิดสมุยได้ดี

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า เรื่องการพักชำระหนี้ ในฐานะเอกชนได้เสนอทางรัฐบาลตลอด เพื่อดูแลและกันไม่ให้ธุรกิจภาคเอกชนล้มลงไปทีเดียวพร้อมกัน ให้สามารถประคองตัวเองจนถึงช่วงที่การค้ากลับมาโดยไม่ต้องเริ่มต้นกิจการใหม่ ที่สำคัญคือการจ้างแรง ให้แรงงานยังอยู่ในระบบต่อไปได้ ปัจจุบันมีบางกลุ่มอาจจะไปต่อไม่ไหวและน่าเป็นห่วง อาทิ ธุรกิจส่งออกยานยนต์ สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม หากมีการปรับตัวในเข้ากับสถานการณ์ตอนนี้ก็สามารถพยุงตัวเองได้ เปลี่ยรูปแบบธุรกิจ แล้วสามารถกลับมาเติบโตไป อย่างกลุ่มสิ่งทอหากเปลี่ยนมาผลิตสินค้า อาทิ หน้ากากผ้า ก็มีโอกาสเติบโต หรือกลุ่มเกษตรและอาหาร หากปรับตัว ผลิตสินค้าให้กับลูกค้ารายย่อยโดยตรงจากเดิมเน้นส่งโรงแรม ภัตตาคาร ก็จะอยู่รอดได้

อีกปัจจัยที่จะช่วยภาคเอกชน กลุ่มผู้ส่งออกได้มาก คือ สถานการณ์ค่าเงิน ซึ่ง 2-3 ปีที่ผ่านมาหลายกลุ่มอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบ จึงอยากให้รัฐบาลประคองสถานการณ์ ดูแลไม่ให้แข็งค่ามากเกินไป ทีมเศรษฐกิจชุดปัจจุบัน รวมทั้งผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่ ล้วนมีบทบาทในการกำกับการดูแลนโยบายการเงินการคลัง ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการประคองเศรษฐกิจให้กลับมาเติบโตในภาวะที่เป็นอยู่ตอนนี้“นายวิศิษฐ์กล่าว

นายวิศิษฐ์ กล่าวถึงสถานการณ์การเมือง ว่า ปัญหาทางการเมืองควรได้รับการแก้ไขโดยเร็ว ก่อนที่จะลากยาวมากระทบต่อเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวจากการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ดี จนเป็นโอกาสที่ดีของไทย เวลานี้ตัวเลขทางเศรษฐกิจต่างๆกำลังปรับตัวดีขึ้น เศรษฐกิจของไทยน่าจะเติบโตได้ก่อนประเทศอื่นๆในโลกเพราะควบคุมโควิดได้ดี นอกจากนี้ผลจากเศรษฐกิจที่เติบโต การควมคุมโควิดสำเร็จ จะทำให้หลายฝ่ายมองเห็นศักญภาพ อาทิ กลุ่มต่างชาติที่เป็นนักเดินทางระยะยาว มีทั้งกลุ่มที่ต้องการเข้าลงทุนในประเทศ ต้องการพักอาศัยระยะยาว นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเชิงสุขภาพ ผู้สูงวัย ผู้ที่เกษียณแล้ว หรือ คนรักสุขภาพ ที่ต้องการเข้ามาพักระยะยาวเช่นกัน เพราะมองว่าไทยเป็นที่ปลอดภัยในการเก็บตัว และสามารถท่องเที่ยวได้อย่างมั่นใจ สิ่งเหล่านี้จะเกิดได้การเมืองต้องสงบ ไม่บานปลาย

“ในมุมของผู้ส่งออก เวลานี้สถานการณ์ยังรับได้อยู่ เพราะยังสามารถส่งออกสินค้าได้ การผลิตสินค้า การขนส่งสินค้า ยังดำเนินการได้ตามปกติ แนวโน้มยังดีส่วนหนึ่งมาจากตัวตัวเลขการส่งออกในเดือนกันยายนที่มีแนวโน้มดีขึ้น แสดงว่าการค้าของโลกผ่านจุดต่ำสุดแล้ว เวลานี้กำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว เวลานี้ประเทศไหนเตรียมการได้ดี ก็จะสามารถฟื้นตัวได้เร็วกว่าประเทศอื่น เป็นมุมมองภาพรวมที่จะต้องไปด้วยกันทั้งประเทศ”นายวิศิษฐ์กล่าว

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาไทยเคยมีบทเรียนสำคัญจากม็อบ มีการปิดสนามบิน จนกระทบด้านการท่องเที่ยวและการเดินทางของนักลงทุนต่างชาติ เหล่านี้ต้องไม่เกิดขึ้นอีก รัฐบาลต้องคุมสถานการณ์ เพราะหากสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองจนทำให้ประเทศได้รับผลกระทบ เกิดการติดขัดที่ใดที่หนึ่ง จะส่งผลกระทบต่อกระบวนการพอสมควร ตอนนี้ไทยยังอยู่ในช่วงที่มีโอกาศที่ดี ผลิตสินค้าและขนส่งได้ ควรเร่งผลักดันตัวเลขทางเศรษฐกิจให้กลับมาโดยเร็ว ควรเตรียมสินค้า หาตลาด เพิ่มการส่งออก ให้สอดรับกับการที่ทั่วโลกมีการนำเข้าสินค้าฟื้นตัว น่าจะเป็นข้อดีที่เราจะเตรียมสินค้าและการส่งออกเพิ่ม

นาย วิศิษฐ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีหญิงชาวฝรั่งเศสในพื้นที่เกาะสมุย จ.สุราษฏร์ธานี ติดโควิด-19 นั้น เหตุการณ์นี้คล้ายกับที่เกิดขึ้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก กรณีนี้ถือว่าสาธารณสุขประเทศไทยทำงานได้เร็ว และทำงานเชิงรุก ตรวจและกักตัวคนที่เสี่ยงทันที อย่างกรณีชาวเมียนมา ติดที่จ.ตาก พบว่ามีการตรวจโรครวม 5,000 รายและไม่พบเชื้อ เพราะฉะนั้นถ้าผลพวกนี้ออกมาและทำการแถลงข่าวทันที ก็จะช่วยให้คลายความกังวลต่อสถานการณ์แบบนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ปชช.ปลดแอก จับตา ‘ประชุมรัฐสภา’ อัดรัฐบาลแค่ฟอกขาวตัวเอง ไม่ได้หาทางออกปท.
บทความถัดไปสเปนประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ คุมโควิดลาม