‘ออมสิน’ ควัก 10,000 ล้านบาท ออกสินเชื่อ ‘เอสเอ็มอี มีที่ มีเงิน’ ช่วยเพิ่มสภาพคล่องเอกชนรายย่อย

‘ออมสิน’ ควัก 10,000 ล้านบาท ออกสินเชื่อ ‘เอสเอ็มอี มีที่ มีเงิน’ ช่วยเพิ่มสภาพคล่องเอกชนรายย่อย

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารออมสินได้ออกสินเชื่อใหม่ ภายใต้ชื่อ“SMEs มีที่ มีเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดเล็กและกลาง (เอสเอ็มอี) ที่ได้รับผลกระทบการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ขาดสภาพคล่อง เพราะไม่สามารถกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ในช่วงที่ผ่านมา สาเหตุเพราะติดปัญหาธุรกิจขาดรายได้และมีภาระหนี้เดิม โดยโครงการดังกล่าวมีวงเงินงบประมาณกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งจะให้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่เป็นเอสเอ็มอี สามารถนำโฉนดที่ดินมาใช้เป็นหลักประกันในการกู้เงิน โดยมีวงเงินกู้เริ่มต้นที่ 1 ล้านบาท สูงสุด 50 ล้านบาท ซึ่งเบื้องต้นประเมินว่าจะสามารถช่วยเหลือเอสเอ็มอีได้กว่า 1,000 ราย ในการนำเงินไปเสริมสภาพคล่องให้กับกิจการ หรือนำไปไถ่ถอนจากสัญญาขายฝากที่ทำไว้ โดยธนาคารจะพิจารณาให้กู้ได้สูงสุดที่70% ของราคาประเมินที่ดินของราชการ คิดอัตราดอกเบี้ย 5.99% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา และผู้กู้สามารถนำเงินต้นมาไถ่ถอนที่ดินคืนได้เมื่อพร้อม ภายในระยะเวลา 3 ปี

“สินเชื่อดังกล่าว จะปรับเงื่อนไขที่ผ่อนปรนมากขึ้น อาทิ การไม่พิจารณาภาระผู้กู้ ไม่วิเคราะห์รายได้ ไม่ประเมินจากการติดเครดิตบูโร และไม่ดูแผนธุรกิจ เนื่องจากต้องการให้สินเชื่อออกมาเพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอรอย่างแท้จริง ส่วนการป้องกันการสวมสิทธิหรือการทุจริตต่างๆ เนื่องจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกรายจะต้องมีใบอนุญาตในการประกอบกิจดาร หรือมีใบจดทะเบียนอยู่แล้ว จึงสามารถตรวจสอบได้โดยตรง จึงลดความกังวลในส่วนนี้ไปได้ สำหรับแนวโน้มหนี้เสีย หรือเอ็นพีแอล สินเชื่อดังกล่าว ไม่ได้สร้างความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เนื่องจากปล่อยกู้ให้ 70% ของของราคาประเมินที่ดินของราชการ และมีการหักดอกเบี้ยชำระเบื้องต้นไว้แล้ว ก่อนจะชำระเพียงดอกเบี้ยในระยะ 3 ปีจนครบตามที่กำหนดไว้ จึงเริ่มต้นจ่ายเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยอีกครั้งนายวิทัย กล่าว

นายวิทัย กล่าวว่า การกู้นอกระบบรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะวิธีการ ขายฝากที่ดิน ทำให้ผู้ประกอบการต้องเผชิญการถูกเอารัดเอาเปรียบด้วยดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงมาก วงเงินกู้ต่ำกว่าราคาประเมินมาก และมีความเป็นไปได้สูงที่จะต้องสูญเสียที่ดินอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งเชื่อว่าสินเชื่อดังกล่าวจะตอบโจทย์ และลดปัญกาการเข้าถึงหนี้นอกระบบได้จริงนอกจากนี้ ยังประเมินว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า วิกฤตโควิด-19 ผลกระทบน่าจะเบาบางลงมากแล้ว สถานการณ์น่าจะฟื้นตัวมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการน่าจะกลับมามีความสามารถในการชำระเงินกู้ได้มากขึ้นแล้ว ส่วนหากผู้ประกอบการรายใดยังไม่มีความสามารถในการกลับมาจ่ายคืนได้ ก็สามารถเข้ามาคุยกับธนาคาร เพื่อพิจารณาการช่วยเหลือ หรือเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือที่มีอยู่หลายโครงการได้

นายวิทัย กล่าวว่า สำหรับโครงการดังกล่าว เริ่มเปิดให้บริการแล้วจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 หรือจนกว่าวงเงินจะหมด โดยผู้สนใจสามารถลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ยื่นขอสินเชื่อได้ที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th หรือติดต่อที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ คาดจะมีผู้ใช้บริการการขอสินเชื่อรายละประมาณ 10 ล้านบาทต่อราย และหากได้รับการตอบรับที่ดี ก็มีโอกาสขยายมูลค่าวงเงินโครงการดังกล่าวต่อได้ เพราะมีความพร้อมอยู่แล้ว แต่ต้องขออนุมัติจากบอร์ดอีกครั้งก่อน โดยในช่วงก่อนหน้านี้ จนถึงปัจจุบันธนาคารออมสินได้ออกสินเชื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ไปแล้วรวม 16 โครงการไม่ร่วมโครงการพักชำระหนี้ มีมูลค่าการปล่อยสินเชื่อไปแล้วรวมประมาณ 2-3 แสนล้านบาท หรือช่วยผู้ประกอบการได้แล้วกว่า 5 ล้านราย ซึ่งในเดือนธันวาคมนี้ ธนาคารออมสินได้เตรียมเปิดตัวโครงการสมุยโมเดลเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นเจ้าของธุรกิจ ซึ่งได้รับผลกระทบจากช่วงโควิด-19 อย่างครบวงจร โดยมาตรการช่วยเหลือดังกล่าวจะออกมาในรูปแบบ อาทิ การปล่อยสินเชื่อ, สร้างรายได้ อาชีพ, รับชำระการจ่ายดอกเบี้ยเป็นวอชเชอร์ที่พักโรงแรม โดยหากโครงการดังกล่าวสำเร็จได้ด้วยดี จะเป็นโครงการโมเดลนำร่อง เพื่อใช้ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยในจังหวัดอื่นๆ ต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อุทาหรณ์ แม่ค้าวางตะกร้าใส่ปลาเค็มไว้บนตัก แต่ขัดกับแฮนด์รถ จยย. ชนท้ายรถโดยสารดับ
บทความถัดไปยิมนาสติกซีเกมส์ชิง 21 ทองตัดลีลาเหลือ 2 เหรียญ