นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในการเปิดงาน Smart SME Expo 2020 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คเมืองทองธานี ว่า เอสเอ็มอี เป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ มีผู้ประกอบการรวมกัน 3 ล้านราย มีสัดส่วนถึง 95% ของผู้ประกอบการประเทศ ที่ผ่านมาเอสเอ็มอีมีบทบาทในการสร้างงาน กระจายรายได้ และถือเป็นฐานการผลิต รวมทั้งพัฒนาตนเองให้เป็นภาคการส่งออกในอนาคต ขณะที่เอสเอ็มอี กำลังประสบปัญหาและรับผลกระทบจากกรแพร่ระบาดโควิด-19 เช่นเดียวกับภาคการผลิต ส่งผลจีดีพีภาคเอสเอ็มอีครึ่งปีที่ผ่านมาติดลบ แต่หากสามารถพลิกโควิดเป็นโอกาสได้เอสเอ็มอีก็มีโอกาสฟื้นตัวและเติบโตต่อไปเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ
นายจุรินทร์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ มีนโยบายและมีหลักสูตรต้องการพัฒนาทางการตลาดให้เข้าใจทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะยุคโควิด-19 ถ้าใครใช้ออนไลน์ไม่เป็น ใครทำอีคอมเมิร์ซไม่ได้เพื่อนก็ก้าวล้ำหน้าไป ดังนั้นหลักสูตรของกระทรวงพาณิชย์มีทั้งหลักสูตรหลักสูตรพื้นฐาน หลักสูตรธรรมดา ปานกลางและหลักสูตรเข้มข้น จากนั้นเปิดโอกาสเข้าจัดแสดงสินค้าในต่างประเทศ
ทั้งนี้ จัดงานครั้งนี้ถือว่าสอดรับนโยบายยุคโควิด-19 ของกระทรวงพาณิชย์คือการปรับรูปแบบการจัดงานแสดงสินค้า จนกลายเป็นต้นแบบของโลกที่หลายประเทศเอาไปใช้คือรูปแบบการจัดงานแสดงสินค้าหรือเจรจาการค้าแบบไฮบริด หรือ ผสมผสานแบบ Online ผสม On ground และรูปแบบเรียกว่า Mirror Mirror ที่ให้ทูตพาณิชย์ทำหน้าที่เซลล์แมนประเทศ ไปเจรจากับผู้นำเข้าในประเทศต่างๆแล้วจับคู่ธุรกิจในประเทศไทย โดยไม่ต้องเดินทาง

