หน้าแรก เศรษฐกิจ หอค้าใต้ เสนอ...

หอค้าใต้ เสนอครม.สัญจรภูเก็ต ตั้งกองทุนแสนล้านเยียวยาภาคท่องเที่ยวอันดามัน

30.10.20 | 12:27 น.

หอค้าใต้ เสนอครม.สัญจรภูเก็ต ตั้งกองทุนแสนล้านเยียวยาภาคท่องเที่ยวอันดามัน เสริมด้วยงบกระตุ้น ศก. อีก 4.2 หมื่นลบ.

นายวัฒนา ธนาศักดิ์เจริญ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้ หอการค้าไทย เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ช่วงวันที่ 2 – 3 พฤศจิกายนนี้ ที่จังหวัดภูเก็ต นั้น ทางคณะกรรมการหอการค้าภาคใต้ ได้เตรียมเสนอให้รัฐบาลเห็นชอบในแนวทางการเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคใต้ ซึ่งในส่วนของความช่วยเหลือจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะเสนอ 2 ประเด็น คือ ด้านการเงินจะเสนอ 3 เรื่อง คือ เรื่องแรก ขอให้มีการพักชำระหนี้เงินต้นโดยลูกหนี้ยังคงจ่ายดอกเบี้ยในอัตราไม่เกิน2%เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง 3 ปี เรื่องที่2 ขอให้ผ่อนปรนการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ(ซอฟต์โลน์) 5 แสนล้านบาทของภาครัฐที่ยังเหลืออีกถึง 2 แสนล้านบาท และเรื่องที่ 3 ตั้งกองทุน 1 แสนล้านบาท ช่วยเหลือภาคท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับภาคท่องเที่ยวเป็นกรณีพิเศษเฉพาะฝั่งอันดามัน โดยหลักเกณฑ์ต้องไม่เลิกจ้างพนักงานและกู้ดอกเบี้ยต่ำระยะ 2 ปี เพื่อเสริมสภาพคล่องธุรกิจ ทั้งการลดภาระหนี้คงค้าง หรือ ใช้ลงทุนใหม่ หรือใช้เงินเพื่อการร่วมทุน

“กองทุนแสนล้านบาท ส่วนนี้จะทำได้เลย ไม่ติดระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยเหมือนซอฟต์โลน เพราะขณะนี้ธุรกิจท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน กระทบปัญหาอย่างหนัก ยอดนักท่องเที่ยว 80% เป็นชาวต่างชาติหายหมด เหลือเพียงนักท่องเที่ยวคนไทย ซึ่งจะเที่ยวเฉพาะวันหยุดยาวเท่านั้นและยอดใช้จ่ายต่อหัวน้อยกว่าต่างชาติ จากปัญหาโควิดและการปิดประเทศทำให้รายได้จากนักท่องเที่ยวเข้า 3 จังหวัดหลักในฝั่งอันดามัน (กระบี่ พังงา ภูเก็ต) จากปกติต่อปีกว่า 5แสนล้านบาท เหลือไม่ถึง 1 แสนล้านบาทในปีนี้” นายวัฒนา กล่าว

นายวัฒนา กล่าวว่า อีกประเด็น คือ เสนอแนวทางต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในพื้นที่ ได้แก่ ขอให้รัฐสนับสนุนและผลักดันให้หน่วยงานรัฐ หน่วยงานท้องถิ่นและวงการแพทย์ท่องเที่ยวและจัดงานในพื้นที่อันดามันมากขึ้น สนับสนุน2 โครงการคือการจัดงานด้านอาหารท้องถิ่น/สินค้าท้องถิ่นที่ผนวกกับการท่องเที่ยว และจัดงานด้านกีฬากับการท่องเที่ยว รวม 348 ครั้ง เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวตลอดปีและสร้างรายได้ท่องถิ่น รัฐส่งเสริมการจ้างงานในท้องถิ่น รวมถึงผลักดันโครงการเมืองอัจฉริยะ ในกระบี่ พังงา ภูเก็ต ส่งเสริมจัดตั้งศูนย์พัฒนาด้านสุขภาพยั่งยืนที่ภูเก็ต ซึ่งมีที่ดินบริเวณไม้ขาว 141 ไร่ ก็จะยกให้กระทรวงสาธารณสุขเพื่อทำศุนย์ด้านการแพทย์ ดูแลผู้สูงวัย และฟื้นฟูด้านการแพทย์ ต้องใช้เงินประมาณ 3 พันล้านบาท อีกทั้งขอการสนับสนุนพัฒนาท่าเรือชุมชนที่มีถึง 90 แห่งให้สอดคล้องกับวิถี เช่น เดิมจำนวนชั้นสูง ไม่สะดวกกับผู้สูงวัยในการขึ้นลงเรือ เป็นต้น

ในด้านการเกษตร ได้เสนอขอการสนับสนุนงบประมาณส่งเสริมให้ชาวสวนปาล์มและสวนยางพารา แบ่งพื้นที่ 1 ไร่เลี้ยงแพะ ซึ่ง 1 ไร่จะมีแม่พันธ์ได้ถึง 25 แม่พันธ์ และสามารถสร้างรายได้ต่อปีกว่า 1 แสนล้านบาท สูงกว่ารายได้ยางพาราและปาล์มที่หักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือ 6 พันบาท เป็นการเพิ่มรายได้ และไม่วิตกรายได้ไม่พอใช้หากราคาพืชตกต่ำมากๆ ด้านสิ่งเวแวดล้อมเสนอจัดตั้งศูนย์เรียนรู้พะยูน เพื่อการฟื้นฟู อนุรักษ์ และท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ด้านคมนาคม เช่น ของบเพิ่ม 500 ล้านบาทในการจ่ายชดเชยค่าเวนคืนที่ดิน ในโครงการขยายช่องทางวิ่งสนามบินตรัง ที่มีโครงการอยู่แล้ว 1.8 หมื่นล้านบาท

“วงเงินรวมที่จะขอให้รัฐบาลสนับสนุนตามแนวทางต่างๆที่หอค้าใต้เสนอครั้งนี้ประมาณ 4.2 หมื่นล้านบาท โดยไม่รวมการจัดตั้งกองทุนเฉพาะด้านเยียวยาช่วยเหลือภาคท่องเที่ยวอีก 1 แสนล้านบาท ทั้งหมดนี้จะช่วยให้ภาคเอกชนและเศรษฐกิจในภาคใต้สามารถพยุงตัวได้ในภาวะโควิด-19 ระบาด และยังไม่มีการเปิดประเทศให้ต่างชาติเข้ามาได้เท่าปกติ หากรัฐบาลปล่อยไปอย่างนี้ ไม่เกิน 3 ปีธุรกิจไทยจะเสียหายหลัก และอาจกลายเป็นการถือครองโดยต่างชาติเหมือนครั้งที่เกิดวิกฤตด้านเศรษฐกิจท่าผ่านมา หลังจากนั้นก็จะเกิดการล้มของกิจการคนไทย และถือครองโดยต่างชาติ ซึ่งกองทุนแสนล้านที่เสนอนั้นจะช่วยพยุงในส่วนนี้ ได้มีเงินเพื่อร่วมกันในการพยุงธุรกิจไทยด้วย” นายวัฒนา กล่าว

Advertisement