หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘ธปท.’ คาดเศร...

‘ธปท.’ คาดเศรษฐกิจไตรมาส 3/2563 ฟื้นตัว เชื่อ ติดลบไม่ถึง 2 หลัก

30.10.20 | 16:55 น.
‘ธปท.’ คาดเศรษฐกิจไตรมาส 3/2563 ฟื้นตัว ติดลบไม่ถึง 2 หลัก

น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยเดือนกันยายน 2563 พบว่า เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยในภาพรวมปรับดีขึ้นชัดเจน ซึ่งเป็นผลจากทั้งกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ทยอยปรับดีขึ้นและปัจจัยเชิงบวกชั่วคราว จึงคาดการณ์ว่า ไตรมาส 3/2563 ตัวเลขเศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้น และติดลบไม่ถึง 2 หลัก เนื่องจากเครื่องมือชี้วัดเริ่มทยอยฟื้นตัว เป็นการติดลบแต่ติดลบน้อยลง ส่วนในไตรมาส 4/2563 มองว่าเศรษฐกิจจะทยอยฟื้นตัวขึ้นตาม หากมีแรงส่งจากไตรมาส 3 ยังอยู่ โดยมีประเด็นที่ต้องติดตามในระยะข้างหน้าคือ การเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ, การระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ในต่างประเทศ, การฟื้นตัวของตลาดแรงงาน, ความยั่งยืนของการฟื้นตัวภาคยานยนต์ และความไม่แน่นอนทางการเมือง

“ธปท.ได้ติดตามปัจจัยสำคัญเหล่านี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งขณะนี้แม้จะเปิดรับต่างชาติเข้ามาพำนักในระยะยาวแล้ว แต่จำนวนยังน้อยมาก ทำให้ยังไม่เห็นการฟื้นตัว แต่หากการนำร่องเปิดรับต่างชาติ รัฐบาลสามารถบริหารจัดการ และสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงคนในประเทศเอง เพราะหากมีต่างชาติเข้ามามากขึ้น ก็จะเป็นประโยชน์กับธุรกิจในภาคการท่องเที่ยว และในอนาคตก็จะปรับดีขึ้นแน่นอน” น.ส.ชญาวดี กล่าว

น.ส.ชญาวดี กล่าวว่า สำหรับเศรษฐกิจไทยในเดือน กันยายน ที่ผ่านมา ตัวเลขปรับดีขึ้นจากเดือน สิงหาคม สาเหตุเพราะกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาเกือบปกติในหลายภาคส่วน และมีปัจจัยหนุนชั่วคราวคือ วันหยุดยาวพิเศษ รวมถึงการใช้จ่ายของภาครัฐยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ขณะที่การส่งออก ติดลบ 4.2% ดีขึ้นจากเดือนสิงหาคม ที่ติดลบ 8.2% ขณะที่ไตรมาส 3 การส่งออกมีมูลค่า 57,990 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 8.2% ปรับดีขึ้นจากไตรมาส 2 ที่ติดลบ 17.8% ด้านการนำเข้า ติดลบ 8.1% ดีขึ้นจากเดือนสิงหาคม ที่ติดลบ 19.1% ส่วนไตรมาส 3 การนำเข้ามีมูลค่า 45,294 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 17.8% ปรับดีขึ้นจากไตรมาส 2 ที่ติดลบ 23.4% ส่วนค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉลี่ยในเดือนกันยายน อ่อนค่าลงจากเดือนสิงหาคม เป็นผลจากปัจจัยในประเทศ ได้แก่ สถานการณ์การเมืองในประเทศ และการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 100 วัน ก่อนปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยในเดือนตุลาคมนี้ เพราะดอลลาร์อ่อนค่าลง

น.ส.ชญาวดี กล่าวว่า นอกจากนี้ ในเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ยังเห็นการฟื้นตัวของตลาดแรงงาน โดยตัวเลขผู้รับสิทธิว่างงานในเดือนสิงหาคม 2563 อยู่ที่ 440,000 คน และมีผู้ที่ทำงานต่ำกว่าวันละ 4 ชั่วโมง อยู่ที่ 2.6 ล้านคน และมีผู้ว่างงาน อยู่ที่ 7 แสน รวมเท่ากับ 3.3 ล้านคน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ปรับดีขึ้น แต่ยังคงมีความเปราะบางอยู่ สอดคล้องกับการบริโภคที่ปรับดีขึ้น แต่ยังเปราะบาง รวมถึงมีการฟื้นตัวของภาคยานยนต์ ซึ่งต้องติดตามว่าจะมีความยั่งยืนมากน้อยอย่างไร โดยมองว่าการฟื้นตัวอย่างช้าๆ ของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า จะเป็นปัจจัยกดดันภาคยานยนต์ในระยะต่อไป

“ปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมือง เป็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของภาคเอกชน และกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า เพราะหากประเมินจากภาพในอดีต กรณีที่เกิดสถานการณ์ชุมนุมแบบเดียวกับปัจจุบัน จะมีผลกระทบกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะความเชื่อมั่นมีการปรับเปลี่ยนค่อนข้างเร็ว” น.ส.ชญาวดี กล่าว

Advertisement