‘สภาหอการค้า’ ผลักดันแก้ปัญหาเลิกจ้าง ปรับจ้างรายชั่วโมงได้

30.10.20 | 16:32 น.

‘สภาหอการค้า’ ผลักดันแก้ปัญหาเลิกจ้าง ปรับจ้างรายชั่วโมงได้

ที่หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย แถลงข้อเสนอต่อการพัฒนาและแก้ไขปัญหาแรงงานของประเทศไทย โดย นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์แรงงานและพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำโดย นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการ และคณะกรรมการยุทธศาสตร์แรงงานและพัฒนาฝีมือแรงงาน มีความห่วงใยในสถานการณ์แรงงานของไทยในปัจจุบัน จึงเข้าพบหารือกับ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา และคณะกรรมาธิการการแรงงานทั้งชุด

โดยนำเสนอประเด็นปัญหาเพื่อศึกษาปัญหาแรงงานของประเทศไทยในปัจจุบันและอนาคต ได้แก่ 1.แนวทางของประเทศไทยต่ออนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 และ 98 ซึ่งในอนาคตเพื่อการเจริญเติบโตของภาคการค้าและการลงทุนของประเทศไทย จำเป็นต้องทำข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศในระดับภาคีและพหุภาคี (อาทิ FTA Thai-EU, CPTPP , RCEP) ซึ่งหนึ่งในเงื่อนไขได้ให้ความสำคัญกับมาตรฐานสากล เกี่ยวกับความตกลงระหว่างประเทศด้านสิทธิแรงงานและสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอนุสัญญาว่าด้วยแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว และอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 98 ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง ดังนั้น จึงจำเป็นที่หน่วยงานภาครัฐทุกภาคส่วนและภาคเอกชน ต้องร่วมศึกษาแนวทางการปฏิบัติและจุดยืนของประเทศไทยต่ออนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 ดังกล่าว เพื่อนำไปใช้ในการเจรจาในอนาคต

2.การส่งเสริมการเพิ่มผลิตภาพแรงงาน และพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยควรมีการศึกษาการแก้ไขปัญหาการขอยื่นรับรองหลักสูตรของสถานประกอบการ และพิจารณารับรองหลักสูตร e-Learning ในการรับรองหลักสูตรฯ พร้อมทั้ง จัดทำขั้นตอนเพื่อลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ในการรับรองหลักสูตร และมาตรฐานของการพัฒนาฝีมือแรงงาน ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการให้ความเห็นชอบหลักสูตร รายละเอียดที่เกี่ยวข้องและรายการค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการฝึกยกระดับฝีมือแรงงานและการฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ

3.การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลแรงงาน (Big Data) ของประเทศไทย โดยการจัดทำข้อมูลด้านแรงงาน โดยการสำรวจความต้องการแรงงานในรูปแบบ Digital Platform ที่สามารถ Matching ระหว่างสถานประกอบการกับแรงงาน 4.การจ้างงานรายชั่วโมงเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในสถานการณ์โควิด-19 ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

จากที่กล่าวมาเบื้องต้น หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศ จึงร่วมมือกับ คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา จัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างคณะกรรมาธิการการแรงงาน และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อศึกษาและจัดทำแนวทางนโยบายการพัฒนาและแก้ไขปัญหาแรงงานของประเทศไทย เสนอต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1.แนวทางของประเทศไทยต่อการรับสัตยาบันอนุสัญญา ILO 87และ 98 ที่มีผลต่อกรอบเจรจาการค้าระหว่างประเทศในระดับภาคีและพหุภาคี 2. การจ้างงานรายชั่วโมงเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในสถานการณ์โควิด-19

Advertisement

3.การจัดทำฐานข้อมูลแรงงาน (Big Data) ของประเทศไทย

4. การขอยื่นรับรองหลักสูตรของสถานประกอบการตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการให้ความเห็นชอบหลักสูตร รายละเอียดที่เกี่ยวข้องและรายการค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการฝึกยกระดับฝีมือแรงงานและการฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ

นายพจน์ กล่าวว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ขอขอบคุณรัฐบาลที่ได้เห็นชอบข้อเสนอมาตรการช่วยเหลือด้านแรงงานจากสถานการณ์โควิด-19 โดยหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้ดำเนินการจัดทำข้อเสนอมาตรการช่วยเหลือด้านแรงงาน ประกอบด้วย 1.การเพิ่มสิทธิประโยชน์การว่างงาน เนื่องจากเหตุสุดวิสัย รับเงินกรณีว่างงาน 62% (ไม่เกิน 90 วัน) และเลื่อนเวลาส่งเงินสมทบของนายจ้างและผู้ประกันตน มาตรา 33 และ 39 2. การขยายเวลาการลดอัตราเงินสมทบของนายจ้างและลูกจ้าง จาก 5% เหลือ 2% เพิ่มเติมอีก 3 เดือน ตั้งแต่เดือนกันยายน-พฤศจิกายน 2563 3.การขยายมาตรการผ่อนปรนให้แรงงานต่างด้าว MOU ที่มีวาระการจ้างงานครบ 4 ปี อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวและสามารถทำงานได้ถึง 31 มีนาคม 2565

ทั้งนี้ รัฐบาล ได้รับทราบข้อเสนอของหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับการอนุญาตให้มีการจ้างงานรายชั่วโมงเพื่อป้องกันปัญหาการเลิกจ้างแรงงาน โดยกำหนดค่าแรงขั้นต่ำ 325 บาทต่อวัน (คิดเป็น ชั่วโมงละ 40-41 บาท ต่อการจ้างงานไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง และไม่เกิน 8 ชั่วโมง/วัน) และ ข้อเสนอการให้ผู้ประกอบการสามารถนำค่าใช้จ่ายด้านเงินเดือนค่าจ้างแรงงานมาใช้หักภาษีได้ 3 เท่าในช่วงระหว่าง COVID-19 แล้ว