สั่งเชือด 2 ร้านค้าโครงการ ‘คนละครึ่ง’ หลังพบฉ้อโกง ไม่มีการซื้อขายจริง เผยพบอีก 10 ร้านเข้าข่ายทำผิด
หลังจากที่ รัฐบาล ได้จัดทำโครงการ “คนละครึ่ง” เพื่อหวังช่วยผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนทั่วไป โดยรัฐจะช่วยจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไปให้ครึ่งหนึ่งหรือ 50% เมื่อซื้อสินค้าจากร้านที่เข้าร่วม จำกัดไม่เกิน 150 บาทต่อวัน และรวมวงเงินสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน รวมจำนวน 10 ล้านคนตลอดระยะเวลาโครงการนั้น
ล่าสุดวันที่ 30 ต.ค.63 นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คลังและธนาคารกรุงไทยที่ดูแลระบบมาตรการคนละครึ่ง ได้ปิดแอปถุงเงินของร้านค้าที่เข้าโครงการนี้แล้ว 2 ราย หลังมีหลักฐานชัดเจนว่า มีการกระทำผิดเงื่อนไขลักษณะไม่มีการซื้อขายสินค้าจริงให้กับประชาชนที่เข้าโครงการ นอกจากนี้ยังมีรายชื่อร้านค้าที่เข้าโครงการกว่า 10 ราย ที่อยู่ในค่ายที่จะถูกปิดเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ คลังและธนาคารกรุงไทย จะดำเนินการเรียกเงินคืนจากร้านค้าที่ถูกปิดให้ออกจากโครงการ และอยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินคดีทางอาญาฐานฉ้อโกงเงินแผ่นดิน สำหรับประชาชนที่เข้าโครงการและไปซื้อร้านสินค้าที่ถูกปิดให้ออกจากโครงการ อยู่ระหว่างติดตามและพิจารณาว่าจะตัดสิทธิ์ด้วยหรือไม่
“ระบบของธนาคารกรุงไทยสามารถตรวจสอบความผิดปกติของการซื้อสินค้าทุกรายการ และเจ้าหน้าที่ของธนาคารและคลัง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความผิดปกติของร้านค้าทั่วประเทศทุกวัน จึงอยากเตือนร้านค้าและประชาชนที่เข้าร่วมโครงการอย่าฉ้อโกง เพราะจะถูกจับได้ถูกยึดเงินคืนและดำเนินดคีด้วย” นายกฤษฎา กล่าว
นายกฤษฎา กล่าวต่อว่า มาตรการคนละครึ่งในส่วนของประชาชนได้มีการจองสิทธิ์เต็ม 10 ล้านคนแล้ว ส่วนร้านค้ายังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ เพราะไม่มีการจำกัดจำนวน โดยผู้ได้สิทธิ์จะได้วงเงินซื้อสินค้า 3,000 บาท โดยรัฐร่วมจ่ายซื้อสินค้าให้ครึ่งหนึ่งแต่ไม่เกินวันละ 150 บาท โดยมาตรการใช้ได้ถึง 31 ธ.ค.63
ที่มา : ข่าวสด

