เฉลียงไอเดีย : เปิดมุมคิด‘CEO น้อย ร้อยล้าน’ ดร.เจล-ปัณณวิชญ์ โชติเตชธรรมมณี

เฉลียงไอเดีย : เปิดมุมคิด‘CEO น้อย ร้อยล้าน’ ดร.เจล-ปัณณวิชญ์ โชติเตชธรรมมณี

เฉลียงไอเดีย : เปิดมุมคิด‘CEO น้อย ร้อยล้าน’ ดร.เจล-ปัณณวิชญ์ โชติเตชธรรมมณี ยกอุปสรรคเป็นครู-สอนให้แกร่งพาธุรกิจโต

ปัณณวิชญ์ โชติเตชธรรมมณี อาจจะเป็นชื่อที่หลายคนรู้จักหรือไม่รู้จัก แต่หากพูดถึงพ็อคเก็ตบุ๊กเล่มนี้ “CEO น้อย ร้อยล้าน ความสำเร็จของเด็กหลังห้อง” เชื่อว่าหลายคนร้องอ๋อ

ปัณณวิชญ์ หรือ เจล คือผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เมื่อปี 2559 ด้วยวลีเด็ด “อายุเท่าไรไม่ใช่ประเด็น เลี้ยงพ่อแม่เป็น นี่สิ ประเด็นสำคัญ!”

ล่าสุดได้ออกหนังสืออีกเล่ม “ลูกรอยสอนพ่อ” ซึ่งผู้เขียนบอกเหตุผลว่าต้องการสื่อว่ายุคปัจจุบันไม่ใช่ยุคของการอาบน้ำร้อนมาก่อน แต่เป็นยุคของความคิดและการยอมรับในสิ่งที่เปลี่ยนไปของสังคมและโลกใบนี้

เภสัชกร ดร.เจล อยู่ระหว่างศึกษาหลักสูตรดุษฎีบัณฑิต สาขานิเทศศาสตร์การตลาด มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แต่คว้าปริญญาเอก (กิตติศักดิ์) มาแล้วจาก International University of Morality, Florida, USA และเป็นเจ้าของธุรกิจภายใต้บริษัท ด็อกเตอร์ เจล จำกัด ทำแบรนด์ “ดร.เจล”

“เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา ผลตอบรับดีเพราะเตรียมระบบหลังบ้านมาพร้อม การเกิดของแบรนด์นี้มาจากการที่เห็นปัญหาหลายๆ อย่าง” ดร.เจล เล่าให้ฟังถึงธุรกิจล่าสุด พร้อมย้อนจุดเริ่มต้นก่อนจะมาทำแบรนด์ของตัวเอง

เริ่มเมื่อปี 2558 จากที่เคยทำธุรกิจขายตรงมีรายได้ดีประมาณหนึ่ง แต่กลับพบว่ารายได้ที่หามา 6 เดือน เท่ากับเน็ตไอดอลใช้เวลาโปรโมตสินค้าผ่านช่องทางโซเชียลเพียงเดือนเดียว จึงเล็งเห็นจุดนี้ว่า ต้องเป็น Influencer ซึ่งเป็นจังหวะที่ไลน์แอดเข้ามาเมืองไทยพอดี ประกอบกับเรียนคณะเภสัชศาสตร์ สายไอที มหาวิทยาลัยศิลปากร ทำให้ได้รู้ทั้งด้านเภสัชและโปรแกรมเมอร์ จึงศึกษาอัลกอริทึม รู้ว่าการทำงานของโซเชียลมีเดียเป็นยังไง พฤติกรรมผู้บริโภคแต่ละคนเป็นเช่นไร

“ผมโพสต์ ‘สวัสดีตอนเช้า’ มั่นใจว่าเป็นคนแรกที่ทำ ส่งให้เพื่อนๆ ของแม่ผ่านทางไลน์ เพราะศึกษาพฤติกรรมพบว่าคนชอบแชร์ต่อ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ใหญ่ ทำมา 1 เดือน จากคนติดตาม 0 ขึ้นมา 88,000 คน หลังจากนั้นมีโฆษณาเข้ามา ช่วงนั้นผมยังเรียนที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ผมมีรายได้ 7-8 หลักจากการรับโฆษณาเพียงอย่างเดียวในทุกเพจของผมทำให้มีคนติดตามประมาณ 40 ล้านคน กระทั่งไลน์ประกาศกฎห้ามขายโฆษณา เพจโดนปิดเกือบครึ่ง เงินที่เคยได้รับจากโฆษณาหายเกลี้ยง! จึงตัดสินใจเข้าไปคุยกับผู้บริหารไลน์ ได้รับคำตอบว่าไลน์กำลังทำช่องทางเดียวกับที่ผมทำอยู่ ถ้าอยากโปรโมตสินค้าต้องสร้างแบรนด์ตัวเอง ซึ่งนี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์”

ซึ่งไม่ผิดหวัง เริ่มต้นทำแบรนด์ของตัวเอง (ยังไม่ใช่แบรนด์ ดร.เจล) มียอดขายเดือนแรกเป็นเงินสดเข้ากระเป๋า 40 ล้านบาท ด้วยกลยุทธ์โพสต์สินค้ารัวๆ ในทุกเพจ แต่ก็ใช่ว่าจะราบรื่น “กว่าจะโต เจออุปสรรคมาตลอดทาง ตอนเป็น Influencer เจอไลน์แอดปิด account พอทำแบรนด์ตัวเองก็เจอปัญหากับโรงงานจ้างผลิต จึงมาตั้งโรงงานเอง ทำให้เติบโตมาเรื่อยๆ ผมถือว่าในทุกๆ อุปสรรค เป็นอุปสรรคที่สอนเรา”

ปัจจุบัน ดร.เจล จึงมีธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ นั่งบริหารงานในฐานะกรรมการผู้จัดการผ่าน 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท ออกานิกส์ คอสเม่ จำกัด, บริษัท ออกานิกส์ อินโนเวชั่นส์ จำกัด, บริษัท ออกานิกส์ กรีนส์ ฟาร์ม จำกัด และบริษัท ด็อกเตอร์ เจล จำกัด โดยโรงงานถือเป็น 1 ใน 5 โรงงานของประเทศที่สามารถผลิตและวิจัยอาหารเสริมทางการแพทย์ได้ สามารถผลิตสินค้าได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอาง เสริมอาหาร เสริมอาหารทางการแพทย์ เครื่องมือแพทย์ วัตถุอันตราย ได้เปิดรับจ้างผลิตด้วย ปัจจุบันมีไม่ต่ำกว่า 800 แบรนด์ ซึ่งรวมถึงแบรนด์ใหญ่ๆ ของประเทศด้วย ทั้งนี้วางเป้าในอนาคตจะมีสินค้าอาหารเสริมทางการแพทย์แบรนด์ตัวเอง

อายุยังไม่ถึง 30 ปี แต่ทำธุรกิจเติบโตขนาดนี้ ส่วนหนึ่งเพราะความชอบ ซึ่งดร.เจลเล่าให้ฟังว่าชอบเล่นเกมตั้งแต่เด็กๆ “ตอนอายุ 8-9 ขวบ เล่นเกมของต่างประเทศ ‘Capitalism’ เป็นเกมเกี่ยวกับการวางแผนธุรกิจทั้งหมด ผมเล่นได้ ซึ่งมีคนบอกว่าถ้าใครเล่นเกมนี้จบเท่ากับเรียนจบปริญญาโท เอ็มบีเอ และผมได้นำมาใช้กับธุรกิจด้วย”

อีกหนึ่งแรงผลักที่ทำให้ ดร.เจล เติบใหญ่เกินตัวในวันนี้ เจ้าตัวบอกว่า “คือวันที่ผมนำเงินก้อนแรกที่ได้จากการเริ่มทำธุรกิจมาให้แม่ แม่ร้องไห้ด้วยความดีใจ ซึ่งผมไม่เคยเห็น เลยเป็นความรู้สึกว่าอยากทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ เป็นจุดเริ่มต้นที่เราอยากหาเงิน เป็นความรู้สึกดี เพราะปกติพ่อแม่ทุกคนจะบ่นเมื่อเห็นลูกเล่นเกม ซึ่งผมไม่ปฏิเสธว่าผมเป็นเด็กติดเกม แต่ตอนนี้พ่อแม่เข้าใจในสิ่งที่ผมเป็น ผมทำ”

ดร.เจลย้ำอีกครั้ง เพราะเกมนี่แหละ ที่สอนให้รู้จักการหาเงิน!

ด้วยเกมสมัย ดร.เจล คือการเล่นเพื่อสะสมไอเท็มต่างๆ แล้วนำไปขายได้เงินจริง จนขยับจากเกมมาสู่ธุรกิจจริง นั่นคือธุรกิจขายตรง ธุรกิจแรกที่ ดร.เจลทดลองเป็นเถ้าแก่น้อย และนำมาสู่ธุรกิจที่เป็นเจ้าของสินค้าที่ไม่มีหุ้นส่วน เพราะเป็นอีกอุปสรรคที่สอนให้รู้ว่าการทำธุรกิจแบบมีหุ้นส่วน วันหนึ่งก็ต้องแตกหักกัน

ประสบความสำเร็จในธุรกิจแล้ว ดร.เจล วาดอนาคตอย่างไร “มีเป้าหมายจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ ก่อนอายุ 30 ปี และอีก 2 ปี หรือปี 2565 จะตั้งเป็นโฮลดิ้งคอมปานี โดยมี 4 บริษัทเป็นบริษัทลูกสร้างอนาคตให้เติบโตมากขึ้น”

พร้อมย้ำว่า จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง สินค้าที่มาจ้างผลิต ดร.เจลจะช่วยขายให้ฟรีๆ ผ่านกลไก-ตลาดที่มีอยู่ ซึ่งปัจจุบันนอกจากเปิดตลาดในไทยแล้ว ยังเปิดตลาดในหลายประเทศ ที่ลาว พม่า ไนจีเรีย ดูไบ กัมพูชา จีน ฝรั่งเศส และอเมริกา “เป็นเจ้าของโรงงานมา 5 ปี เห็นทั้งคนสำเร็จและไม่สำเร็จ ซึ่งมีจุดบางๆ เพียงจุดเดียวคือช่วงแรกมั่นใจ มีไฟทำธุรกิจ แต่หลังจากนั้นไฟหมด จะด้วยอุปสรรค หรืออะไรก็แล้วแต่ หากไม่ยืนหยัดไปต่อ ไฟก็จะมอด มันก็ไปต่อไม่ได้ ผมแค่ช่วยจุดไฟให้เพื่อให้เขาไปต่อได้จนวันหนึ่งแบรนด์โตขึ้น”

เหมือนอย่าง ดร.เจล ยกให้อุปสรรคเป็นครู สอนให้แกร่งและโตขึ้น

เกษมณี นันทรัตนพงศ์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รื่นร่มรมเยศ : กตัญญูกตเวที คุณธรรมที่เป็นพื้นฐาน
บทความถัดไป‘แฮมิลตัน’ เล็งเลิกซิ่งปี 2022 แย้มหางานใหม่นอกวงการมอเตอร์สปอร์ต