รายงานข่าวจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า แอพพลิเคชั่นเกม “โปเกมอน โก” ทรูได้สิทธิในการเป็นผู้ดูแลสิทธิประโยชน์ของคาแรกเตอร์ (ภาพลักษณ์ตัวละคร) และสิทธิประโยชน์ด้านผู้ให้การสนับสนุน (สปอนเซอร์ชิพ) ของเกม รวมถึงทำกิจกรรมพิเศษโปเกมอนโกในไทยเท่านั้น แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของเกมหรือเป็นผู้ให้บริการเกม หรือในการปล่อยโปเกมอนในไทยตามที่ต่างๆ ทุกอย่างเป็นการดำเนินการจากทาง บริษัท โปเกมอนคัมพานี ประเทศญี่ป่น และบริษัท ไนแอนติก ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเจ้าของเกมเท่านั้น ทั้งนี้ในการเข้าพบสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในวันที่ 9 สิงหาคม จึงเป็นการเดินทางไปชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นต่างๆ เท่านั้น ทั้งนี้ในส่วนของยอดดาวน์โหลด โปเกมอน โก ทางทรูก็ไม่ทราบจำนวนดาวน์โหลดเกมดังกล่าว เนื่องจากจำนวนดาวน์โหลดจะมีเพียงเจ้าของแอพพลิเคชั่น คือ ไนแอนติก จากสหรัฐเท่านั้นที่รู้ อย่างไรก็ตามทางทรูยังได้สิทธิพิเศษในการปล่อยไอเทมพิเศษในร้าน ทรู ช้อป เพื่อเพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมในสูงขึ้น จากผู้เล่นเกมในประเทศไทย
ด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ช่วงเช้าวันที่ 8 สิงหาคม ได้เข้าหารือกับนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในประเด็นเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่นเกมโปเกมอนโก ซึ่งนายอุตตมได้แสดงความเป็นห่วงต่อประเด็นค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นกับผู้ใช้งาน เนื่องจากในเกมมีการเปิดให้ผู้ใช้งานสามารถใช้เงินจริงนำไปแลกเป็นบิทคอยน์ (สกุลเงินดิจิตอลของแอพพ์หรือเกม) เพื่อนำไปซื้อไอเทมต่างๆ ในเกม
โดยวันที่ 9 สิงหาคมนี้ ทาง กสทช.จะเชิญผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 5 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือดีแทค บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หารือร่วมกันถึงแนวทางป้องกันและเฝ้าระวังในประเด็นนี้
“ขอแจ้งเตือนประชาชน และผู้ปกครองว่า ให้ระวังและควบคุมค่าใช้จ่ายในการใช้งานอินเตอร์เน็ต ให้เกิดความเหมาะสม เนื่องจากเท่าที่ กสทช.พบข้อมูล คือการซื้อไอเทม หรือการซื้อสินค้าเพิ่มในเกม มีราคาสูงสุดต่อชิ้น 2,000-3,000 บาท เรื่องนี้ผู้ปกครองอาจไม่รู้ว่าจะเกิดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้บานปลายตามมา หรือบิลล์ช็อกได้ และจะมีปัญหากับบริษัทค่ายมือถือในการจ่ายค่าอินเตอร์เน็ต และค่าไอเทมต่างๆ เหล่านี้ กสทช.เอง ก็ไม่อยากให้เกิดปัญหาการร้องเรียนตามมา” นายฐากรกล่าว
ทั้งนี้ ในวันที่ 9 สิงหาคม ที่เชิญตัวแทนทรู มาหรือถึงประเด็นต่างๆ ของโปเกมอน โก เพราะ กสทช. เห็นว่า ทรู สามารถเป็นตัวแทนที่เจรจาโดยตรงได้ กับ บริษัท โปเกมอนคัมพานี ประเทศญี่ปุ่น เจ้าของลิขสิทธิ์โปเกมอนได้ เพื่อขอความร่วมมือให้กำหนดพื้นที่ที่เหมาะสม (โซนนิ่ง) ในการจับตัวการ์ตูนโปเกมอนในประเทศไทย โดยพื้นที่ที่จะขอห้ามให้โปเกมอนปรากฏ การสร้างจุดเช็กพอยท์เพื่อรับไอเทมฟรีและยิมในเกมที่จะให้โปเกมอนต่อสู้กัน เช่น โรงพยาบาล เขตพระราชวัง พื้นที่มีป้ายระบุว่าเป็นเขตหวงห้าม หรือ พื้นที่เกี่ยวกับความมั่นคง เป็นต้น
“ขอยืนยันว่า กสทช. ไม่คิดจะควบคุม หรือปิดกั้นการเล่นเกมแต่อย่างใด แต่บางพื้นที่ต้องขอความร่วมมือจริงๆ สำหรับประเทศญี่ปุ่นที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ เขาปล่อยประชาชนเล่นบนทางเท้าริมถนนได้ เพราะสภาพฟุตปาธเขากว้างขวาง เดินสบาย แต่ประเทศไทย ฟุตปาธไม่ได้เหมาะสมแบบญี่ปุ่น และบางพื้นที่ก็เป็นอันตรายสำหรับผู้เล่นเองจริงๆ” นายฐากรกล่าว
ล่าสุด จากการตรวจสอบข้อมูลของสำนักงาน กสทช. พบว่า ปริมาณการใช้งานบริการข้อมูล (ดาต้า) บนโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต เพื่อเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตช่วงตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา วันแรกที่เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดเกมโปเกมอนได้ในประเทศไทย พบการใช้งานอินเตอร์เน็ตเพิ่มสูงมากอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ขณะนี้ กำลังให้เจ้าหน้าที่สรุปภาพรวมการใช้งานอินเตอร์เน็ตอีกครั้ง เพื่อความชัดเจนของตัวเลขที่เพิ่มขึ้น

