นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยกรณีผลการลงคะแนนเสียงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญว่า ผลการลงคะแนนเสียงที่ออกมาเป็นไปในทิศทางเดียวกับที่ตลาดการเงินคาด นักลงทุนคลายความกังวลปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมือง และจะมีการเลือกตั้งตามโรดแมปที่วางไว้ นักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจและการลงทุน ทั้งการลงทุนโครงการภาครัฐและเอกชนช่วงครึ่งหลังปี 2559 อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าผลการลงประชามติที่ออกมาแตกต่างกันในแต่ละภาค สะท้อนถึงความขัดแย้งในสังคม แต่ไม่ใช่สิ่งใหม่ เพราะเป็นสิ่งที่นักลงทุนไทยและต่างประเทศทราบกันอยู่แล้ว
สำหรับตลาดเงินและตลาดทุน เปิดตลาดหลังทราบผลประชามติ พบว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับเพิ่มขึ้น สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุน จากปัจจัยความไม่แน่นอนที่คลายลงไป ด้านค่าเงินบาท พบว่ามีเงินไหลเข้าในตลาดหุ้นและพันธบัตร ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น อย่างไรก็ตาม เลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐที่ออกมาดีกว่าคาดในปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อความผันผวนของค่าเงินบาทและค่าเงินสกุลอื่นในภูมิภาค ซึ่งมีโอกาสผันผวน
“ปัจจัยความไม่แน่นอนจากการลงประชามติที่ออกมา จะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจและการลงทุนช่วงครึ่งปีหลัง ส่วนการลงทุนภาคเอกชนและอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจหรือจีดีพีปีนี้จะออกมาเป็นอย่างไร ธปท.จะประเมินอีกครั้งในเดือนกันยายนนี้” นายวิรไทกล่าว
นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัย ด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า การลงประชามติที่ผ่านไป ทำให้มีความชัดเจนมากขึ้นว่าจะมีการจัดเลือกตั้งเมื่อไร และดำเนินไปตามโรดแมป ส่วนการลงทุนและเศรษฐกิจจะเติบโตดีขึ้นหรือไม่ ต้องติดตามปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย อย่างไรก็ตาม มองว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นการรวมศูนย์อำนาจมากกว่ากระจายอำนาจ ควรส่งเสริมให้เกิดการเลือกตั้งในทุกระดับ ซึ่งจะส่งผลต่อการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเป็นปัญหาที่ไทยประสบอยู่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีตลาดหุ้น วันที่ 8 สิงหาคม 2559 เปิดตลาดเวลา 10.00 ที่ 1,539 จุด เพิ่มขึ้น 21 จุด จากปิดตลาดวันที่ 5 สิงหาคมที่ 1,518 จุด ส่วนค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ 35.01 บาทต่อดอลลาร์ จากปิดตลาดวันที่ 5 สิงหาคม ที่ 34.84 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากปัจจัยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐที่ออกมา และแข็งค่าขึ้นมาจากผลประชามติ เมื่อเวลา 11.00 น. ค่าเงินบาทอยู่ที่ 34.95 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดช่วงเช้าที่ 34.91 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

