หน้าแรก เศรษฐกิจ ไทยร่วม 26 ปท...

ไทยร่วม 26 ปท. เร่งสหรัฐต่ออายุโครงการจีเอสพี ก่อนสิ้นสุด 31 ธ.ค.

2.11.20 | 16:44 น.

ไทยร่วม 26 ปท. เร่งสหรัฐต่ออายุโครงการจีเอสพี ก่อนสิ้นสุด 31 ธ.ค.

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ แถลงกรณีสหรัฐตัดการให้สิทธิพิเศษทางภาษี (จีเอสพี) ของไทย จำนวน 231 รายการ โดยสหรัฐยกประเด็นเปิดตลาดสินค้าเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์ ของไทยนั้น ไม่อยู่ในระดับที่เท่าเทียมและสมเหตุสมผล แม้ไทยชี้แจงอย่างต่อเนื่องถึงผลกระทบด้านสุขภาพและสุขอนามัยของประชาชน และมีบังคับใช้วันที่ 30 ธันวาคม 2563 นั้น ขอย้ำว่า เรื่องจีเอสพีต้องแยกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ การตัดสิทธิการให้จีเอสพีของสหรัฐต่อนานาประเทศนั้นมีการทบทวนแบบรายประเทศ ที่มีเกณฑ์ เช่น ระดับการพัฒนาประเทศ การเปิดตลาด การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา แรงงาน เป็นต้น

และการทบทวนรายสินค้า ถูกตัดสิทธิจากมูลค่านำเข้าเกินเพดานที่สหรัฐกำหนด ซึ่งในครั้งนี้ถูกตัดสิทธิประเด็นการเปิดตลาดสินค้าเนื้อสุกร โดยตัดจีเอสพีไทย 231 รายการ แต่ในจำนวนนี้สินค้าที่มีการใช้สิทธิจริงปี 2562 มีจำนวน 147 รายการ ซึ่งเมื่อถูกตัดสิทธิผู้นำเข้าต้องเสียภาษีในอัตราปกติคือเฉลี่ย 3-4% จาก 0% โดยสินค้าเหล่านี้ยังส่งออกได้เหมือนเดิม เพียงแต่ต้นทุนนำเข้าสูงขึ้นประมาณ 19 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 600 ล้านบาท และมีผลต่อราคาสินค้าไทยขายในสหรัฐเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่ใช่ 25,000 ล้านบาทจะได้รับผลกระทบ

นายกีรติ กล่าวว่า การให้สิทธิจีเอสพีเป็นการให้ฝ่ายเดียวโดยสหรัฐ ซึ่งที่ผ่านมาสหรัฐมีการทบทวนคุณสมบัติของประเทศที่ได้รับสิทธิต่อเนื่อง อย่างปี 2562 ได้ประกาศระงับสิทธิจีเอสพีหลายประเทศ เช่น อินเดีย และตุรกี ด้วยเหตุผลด้านการเปิดตลาดสินค้าและบริการ และด้านเกณฑ์ระดับการพัฒนาประเทศ ตามลำดับ และได้ระงับสิทธิบางรายการสินค้ากับยูเครน ด้วยเหตุผลด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

นอกจากนี้ ยังมีหลายประเทศที่สหรัฐฯ อยู่ในระหว่างการพิจารณาระงับสิทธิจีเอสพีเพิ่มเติมด้วยเหตุผลการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ได้แก่ อินโดนีเซีย และแอฟริกาใต้ และในประเด็นการคุ้มครองสิทธิแรงงาน เช่น เอริเทรีย ซิมบับเว คาซัคสถาน และอาเซอร์ไบจาน เป็นต้น และที่ผ่านมากรมได้หารือกับภาคเอกชนและผู้เกี่ยวข้องเพื่อรองรับเรื่องการได้รับสิทธิมาตลอด ซึ่งกรณีเปิดตลาดสุกรให้สหรัฐนั้น ไทยก็ได้ชี้แจงถึงผลกระทบที่ไทยจะได้รับในเรื่องสุขภาพและกังวลเรื่องการใช้สารเนื้อแดงในการสุกร ไม่อาจระบุได้ว่า สหรัฐจะหยิบมาเป็นประเด็นในการทบทวนจีเอสพีที่ให้ไทยอีกหรือไม่ ดังนั้น อยากให้สินค้าไทยมีการพัฒนาและสร้างมาตรการ เหนือการแข่งขันด้านราคา

“ในจำนวนที่สหรัฐให้สิทธิจีเอสพีกับ 119 ประเทศกำลังพัฒนา และพัฒนาน้อยที่สุด รวม 3,500 รายการ ในจำนวนนี้เป็นสินค้าที่ไทยส่งไปสหรัฐ จำนวน 1,107 รายการ เมื่อไทยถูกตัดจีเอสพี 2 ครั้งก็จะเหลือ 600 รายการที่ยังได้สิทธิ แต่ก็ไม่อาจระบุว่าสหรัฐจะทบทวนการตัดสิทธิรายการใดอีกหรือไม่ ซึ่งกรมร่วมกับภาคเอกชนติดตามต่อเนื่อง แต่ในทางตรงกันข้ามไทยก็ได้เสนอขอรับสิทธิจีเอสพีเพิ่มใน 3 รายการสินค้า คือ กุหลาบ กล้วยไม้ และหนังสัตว์ ขณะเดียวกันที่สหรัฐประกาศตัดสิทธิ ทางยูเอสทีอาร์ (สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ)ก็เปิดให้ไทยชี้แจงด้วย และได้เปิดให้เอสเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบยื่นขอความช่วยเหลือมาที่กรมได้ โดยก่อนหน้านี้ก็จะมีประมาณ 10 รายขอให้หาตลาดส่งออกใหม่แทน ซึ่งก็พบว่าแม้ในสหรัฐยอดหายไปแต่ตลาดใหม่ก็เพิ่มขึ้น” นายกีรติ กล่าว

Advertisement

นายกีรติ กล่าวว่า อีกประเด็นที่จะเกิดขึ้นคือถึงเวลาที่สหรัฐจะพิจารณาว่าจะต่อโครงการจีเอสพีหรือไม่ ซึ่งสหรัฐมีการต่อมาแล้ว 10 ครั้ง และสิ้นสุดโครงการวันที่ 31 ธันวาคม 2563 โดยกลางปีที่ผ่านมา 26 ประเทศรวมถึงประเทศไทย ได้ทำหนังสือยื่นถึงสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (United States Trade Representative: USTR) ขอให้พิจารณาต่ออายุโครงการครั้งที่ 11 และขอให้เร่งรัดต่อโครงการต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมกราคม 2564 โดยระบุว่าการตัดจีเอสพีจะกระทบต่อผู้นำเข้าสหรัฐและสินค้าขายในสหรัฐมีราคาสูงขึ้น

“ทราบว่า ขณะนี้สหรัฐอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อต่ออายุโครงการจีเอสพี โดยต้องออกเป็นกฎหมาย แต่อาจมีความล่าช้าและต่ออายุไม่ทันระยะเวลาสิ้นสุดโครงการ โดยปกติแล้วขั้นตอนการพิจารณาเพื่อต่ออายุโครงการอาจใช้เวลาหลายเดือน และต่ออายุให้หลังจากหมดอายุแทบทุกครั้ง ซึ่งที่ผ่านมาหากสหรัฐต่ออายุโครงการไม่ทันกำหนดเวลาสิ้นสุดโครงการสหรัฐ จะให้สิทธิย้อนหลัง เพื่อให้การให้สิทธิจีเอสพีเป็นไปอย่างต่อเนื่อง อย่างกรณีการต่ออายุครั้งล่าสุดเมื่อปี 2561 สหรัฐได้ประกาศต่ออายุในเดือนมีนาคม 2561 โดยให้มีผลใช้บังคับใช้ย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 ซึ่งผู้ส่งออกมีความเข้าใจเรื่องดังกล่าวอย่างดีอยู่แล้ว” นายกีรติ กล่าว