ซีไอเอ็มบี ไทย ประเมินศก.ไทยเสี่ยงหนัก แม้จีดีพีติดลบน้อย ตั้งเป้าเป็น ‘ธนาคารดิจิทัล’ เต็มตัว
นายสุธีร์ โล้วโสภณกุล รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน เกิดผลกระทบหนักสุด หรือตกอยู่ในภาวะ Big Shock ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก ทำให้เกิดช่องว่างของการเติบโตในแต่ละธุรกิจมีไม่เท่ากัน ทั้งยังประเมินว่า ผลกระทบในครั้งนี้จะอยู่นานพอสมควร เพราะยังไม่แน่ใจว่าภาคการท่องเที่ยวจะกลับมาฟื้นตัวได้ในช่วงใด โดยประเมินว่ารายได้จากนักท่องเที่ยวจะหายไปกว่า 10% ของมูลค่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) โดยธนาคารได้วางแผนการดำเนินงานในปี 2564-2567 ผ่านการเน้นพัฒนาด้านดิจิทัลเป็นหลัก
โดยตั้งเป้าเป็นผู้นำอาเซียนตามนโยบายของกลุ่มซีไอเอ็มบีทั้ง 4 ด้านที่สำคัญ คือ 1.ธุรกิจบริหารเงิน ซึ่งปัจจุบันธนาคารซีไอเอ็มบีไทยเป็นผู้นำตลาดหุ้นกู้ตลาดรองอยู่แล้ว 2.การปล่อยสินเชื่อลูกค้ารายย่อย โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ส่วนในก้านการปล่อยสินเชื่ออื่นๆ ธนาคารตั้งเป้าพัฒนาการให้บริการและระบบดิจิทัล เพื่อทำความเข้าใจกับความต้องการของลูกค้า 3.การพัฒนาธนาคารดิจิทัลให้มากขึ้นในแผนงาน 1-3 ปีข้างหน้า โดยการทำธุรกรรมในปัจจุบันมีผู้ใช้งานบัญชีเดินต่อเนื่องเพิ่มเป็น 80% จากเดิมอยู่ที่ 43% และ 4.ในด้านการทำธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารซีไอเอ็มบีตั้งเป้าพัฒนาการทำธุรกิจข้ามประเทศ ผ่านการพัฒนาอาเซียนแพลตฟอร์ม

“ยอมรับว่าเศรษฐกิจจะติดลบหลายระดับ เพราะยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก แต่เป็นการติดลบที่ลดลง จากเดิมคาดว่าจะติดลบ 10% แต่ทยอยฟื้นมาติดลบ 7% ถึง 8% แทน แต่การฟื้นตัวยังไม่แน่นอน เพราะจากเดิมที่คาดว่าจะฟื้นไตรมาส 3/2563 แต่ก็ยังไม่ได้ฟื้นขึ้นมามากนัก ซึ่งในภาวะที่เศรษฐกิจผันผวนเช่นนี้ ประกอบกับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 จะกระทบยาวนานกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ จึงประเมินว่าการปล่อยสินเชื่อ ชะลอตัวกว่าอัตราเงินฝาก แต่มั่นใจว่าการบริหารความมั่นคั่ง ยังเป็นโอกาสของธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ซึ่งธนาคารยังคงเน้นจุดเด่นในการเป็นผู้นำสินเชื่อรถมือสองและการเป็นผู้นำหุ้นกู้ตลาดรอง ประเมินส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ในปีนี้จะลดลง และมี ROE อยู่ที่ 1-5% อย่างไรก็ตาม ประเมินเมื่อผ่านจุดต่ำสุดในปีนี้ไปแล้ว เชื่อมั่นว่า ปีหน้าเราจะผ่านจุดนี้ไปได้ โดยธนาคารมัพอร์ตสินเชื่อคงค้างในปัจจุบัน ประมาณ 200,000 ล้านบาท แบ่งเป็น สินเชื่อรายใหญ่ (Wholesale) 75,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 30% และสินเชื่อรายย่อยมากกว่า 100,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของพอร์ต” นายสุธีร์ กล่าว
นายสุธีร์ กล่าวว่า สถานการณ์หนี้เสีย (เอ็นพีแอล) ขณะนี้ พบว่าลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการพักชำระหนี้ ทยอยออกจากการช่วยเหลือแล้วประมาณ 80% โดยเชื่อว่าการตั้งสำรองของบริษัทฯ ยังสามารถรองรับไว้ได้ รวมถึงยังเห็นคุณภาพสินเชื่อของรายใหญ่และรายย่อยอยู่ในระดับค่อนข้างดี ทำให้คาดว่าน่าจะฝ่าเศรษฐกิจไปต่อได้ ส่วนผลประกอบการ 9 เดือนแรก 2563 ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย มีรายได้ 11,504.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% และมีกำไรสุทธิ 1,467.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากรายได้ดอกเบี้ยและไม่ใช่ดอกเบี้ย กลยุทธ์การจับตลาดการเงินที่มีความผันผวน และความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ในปัจจุบันธนาคารตั้งสำรองเพิ่มขึ้น 20% YoY แต่ยังมีจุดเด่นเรื่องการเป็นผู้นำตลาดตราสารหนี้ตลาดรอง สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสอง ซึ่งพอร์ตเติบโต 25% เร็วที่สุดในตลาด และมีส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) อันดับ 2 ในตลาดรถยนต์มือสอง

