หน้าแรก เศรษฐกิจ ถาวร ตรวจท่าอ...

ถาวร ตรวจท่าอากาศยานระนอง ลุยสร้างเทอร์มินอลหลังใหม่ขยายรันเวย์ รับผู้โดยสารปีละ 2 ล้าน

2.11.20 | 18:43 น.

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ท่าอากาศยานระนอง นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ตรวจติดตามการดำเนินงานท่าอากาศยานระนอง จ.ระนองโดยมี นายเจือ ราชสีห์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคม นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม รักษาราชการแทน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน(ทย.) พร้อมด้วย นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง นายสมเกียรติ มณีสถิตย์ รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน นายเกียรติศักดิ์ ชูทอง ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมการบินภูเก็ต บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) กระทรวงคมนาคม และคณะผู้บริหารกรมท่าอากาศยาน หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ให้การต้อนรับ และร่วมรับฟังบรรยายสรุป

นายสมเกียรติ ได้รายงานสรุปการดำเนินงานพัฒนาท่าอากาศยานระนอง และนายโชตินรินทร์ กล่าวต้อนรับ และบรรยายสรุปข้อมูลจังหวัดระนอง โดยการตรวจเยี่ยมและตรวจราชการครั้งนี้เป็นตรวจราชการโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งในพื้นที่จังหวัดระนอง และประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่จังหวัดภูเก็ต

ทั้งนี้แผนการดำเนินการพัฒนาท่าอากาศยานระนอง ปี 2563 – 2570 มีโครงการปรับปรุงขยายท่าอากาศยานระนอง ประกอบด้วย 1.โครงการปรับปรุงระบบไฟฟ้าแรงสูง แรงต่ำ หม้อแปลงไฟฟ้า Unitsub อาคารที่พักผู้โดยสาร วงเงิน 8.93 ล้านบาท โครงการแล้วเสร็จ เมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา

2.โครงการปรับปรุงระบบไฟฟ้าแรงสูง แรงต่ำหม้อแปลงไฟฟ้า Unitsub อาคารควบคุมระบบไฟฟ้าสนามบิน(อาคาร AFL ) วงเงิน 7.88 ล้านบาท โครงการแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 12 ก.ย.63

3.งานก่อสร้างจุดตรวจค้นบุคคลและยานพาหนะ และปรับปรุงกายภาพ ท่าอากาศยานระนอง วงเงิน 13.78 ล้านบาท มีความคืบหน้าการก่อสร้าง 57.50%,

Advertisement

4.งานก่อสร้างรั้วปิดเขตการบินและเพิ่มลวดหนามของรั้วรอบบริเวณ ท่าอากาศยานระนอง วงเงิน 16.68 ล้านบาท โครงการแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 27 ต.ค.63

5.งานซ่อมปรับปรุงระบบประปาและระบบสุขาภิบาล วงเงิน 4.2 ล้านบาท งานแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 27 ต.ค.63

6.งานปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย ท่าอากาศยานระนอง วงเงิน 4.1 ล้านบาท งานแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 16 ก.ย.63,

7.งานซื้อพร้อมติดตั้งไฟส่องสว่างแนวรั้วพื้นที่เขตการบิน ท่าอากาศยานระนอง วงเงิน 13.68 ล้านบาท งานติดตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 25 ต.ค.63 และ

8.งานซ่อมบำรุงเสริมผิวทางวิ่งทางขับ(แท็กซี่เวย์) วงเงิน 91.90 ล้านบาท มีบริษัท ซี.อี.ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้รับจ้าง วันสิ้นสุดสัญญาวันที่ 11 พ.ค.64

อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางผู้รับจ้างไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ เนื่องจาดติดสภาพอากาศ (มีฝนและพายุ) ซึ่งผู้ควบคุมงานได้ประสานงานกับผู้รับจ้างให้เตรียมการด้านความพร้อมในการปฏิบัติงานและด้านอื่นๆ เพื่อให้งานสามารถเสร็จตามแผนที่วางไว้

นายถาวร กล่าวว่า ปัจจุบัน ท่าอากาศยานระนอง มีพื้นที่ประมาณ 2,447 ไร่ อาคารที่พักผู้โดยสาร รองรับผู้โดยสารได้ 300 คนต่อชั่วโมง ลานจอดรถยนต์ สามารถจอดรถยนต์ได้ 250 คัน และลานจอดอากาศยาน สามารถจอดอากาศยาน แบบโบอิ้ง 737 ได้ 3 ลำในเวลาเดียวกัน และมีความยาวทางวิ่ง ขนาดกว้าง 45 เมตร ยาว 2,000 เมตร สำหรับสายการที่เปิดให้บริการในเส้นทาง กรุงเทพ – ระนอง – กรุงเทพ มี 2 สายการบิน ได้แก่ สายการบินไทยแอร์เอเชีย และสายการบินนกแอร์ จำนวนวันละ 4 เที่ยวบิน(ไปและกลับ) และสายการบินนกแอร์มีแผนเพิ่มเที่ยวบิน ในเดือน ธ.ค.63 โดยจะเพิ่มเที่ยวบินเป็นวันละ 4 เที่ยวบิน (ไปและกลับ) เพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้จากสถิติที่ผ่านมา ในปี 2559 จำนวนผู้โดยสาร 102,516 คน ในปี 2560 มี 121,478 คน ในปี 2561 มี 214,250 คน และ ปี 2562 มี 205,295 คน จากตัวเลขดังกล่าวจะเห็นได้ว่าจำนวนผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวได้เพิ่มขึ้นทุกๆปี เนื่องจาก จ. ระนองมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่หลากหลาย ทำให้นักท่องเที่ยวมีความสนใจที่จะสัมผัสกับบรรยากาศการท่องเที่ยวที่มีมนต์เสน่ห์เฉพาะให้นักท่องเที่ยวมาเยือน จ. ระนอง ประกอบกับกับการเดินทางข้ามแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สามารถเดินทางไปสะดวก จึงทำให้การท่องเที่ยวข้ามแดนเป็นอีกทางเลือกของนักท่องเที่ยว เพื่อให้สอดรับกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง

นายถาวร กล่าวอีกว่า ทย. มีแผนพัฒนาท่าอากาศยานระนอง โดยในปีงบประมาณ 2563 ได้จ้างที่ปรึกษารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการปรับปรุงท่าอากาศยานระนอง งบประมาณ 5 ล้านบาท และในปีงบประมาณ 2564 มีแผนในการจ้างออกแบบปรับปรุงขยายอาคารที่พักผู้โดยสารท่าอากาศยานระนอง งบประมาณ 27.72 ล้านบาท และในปีงบประมาณ 67-70 ทย. จะดำเนินการตามแผนในการก่อสร้างขยายทางวิ่ง(รันเวย์) จากเดิมยาว 2,000 เมตร เป็น 2,500 เมตร งบประมาณ 800 ล้านบาท หากโครงการแล้วเสร็จ จะสามารถรองรับอากาศยานขนาดใหญ่ เช่น โบอิ้ง 737 หรือ แอร์บัส A320 (180 – 220 ที่นั่ง) ทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและเที่ยวบินต่างประเทศ โดยนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจได้แก่ นักท่องเที่ยวจากทวีปเอเชีย ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น อินเดีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และโครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ และอาคารประกอบ งบประมาณ 500 ล้านบาท เพื่อรับรองจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นทุกปี เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 700 คนต่อชั่วโมง หรือ 2 ล้านคนต่อปี